เข้าสู่ช่วงคัดตัวอนิเมทำฟูลรีวิวประจำซีซั่นอีกครั้ง คราวนี้อาจจะดูเหมือนมาช้าไปซักหน่อย แต่ที่จริงปกติก็ออกราวๆตอน5-6 ของซีซั่นออกฉาย ครั้งก่อนตะหากล่ะที่เขียนเร็วไป ไม่ได้ช้าเพราะติดCiel Nosurgeหรืออะไรหรอกนะ
    หลายๆคนบอกว่า ซีซั่นนี้มีแต่อนิเมเสื่อมโรคจิต สนองเฟติชวิปริต บ้าน่ะ ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย อย่างสาวเล่นน้ำลายเนี่ยมันเป็นโรแมนติกอนิเมที่เน้นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้เลยนะ! ส่วนซอมบี้2 แม้อายูมุจะชอบ(?)ครอสเดรส แต่ระดับมุกมันใกล้จะเทียบชั้นคนวาดปุนิเอะจังแล้วนะ! ส่วนเนียรุโกะนั่นแม้จะเอาวรรณกรรมต้นฉบับเขามาทำเสื่อมแต่ก็ทำยอดขายต้นฉบับนิยายเลิฟคราฟท์พุ่งขึ้นซะงั้นเลยนะ!
    อันที่จริงมีเรื่องอื่นที่คนอื่นแนะนำมาแต่ยังไม่ได้ตามถึงตอนล่าสุดอีกเรื่องคือเซนโกกุคอลเลคชั่น ถ้ามีวาสนาได้ดูจบ24ตอนคงได้เขียนถึงครับ ตอนนี้ก็ยกมาแค่ 5 เรื่องใหม่ที่ตามติดทุกคืนที่ฉายซะก่อน
 
5ตัวเก็งฟูลรีวิวบล๊อกบี้ๆประจำซีซั่นนี้  
 
เรื่องที่ 1 : Eureka Seven AO
     เชอร์รี่บลอสซั่ม! เชอร์รี่บลอสซั่ม! สุดขอบเขตแห่งความเศร้าหมองนั้นอยู่หนใด ภาคต่อที่ทิ้งห่างภาคแรกเมื่อปี่2005นานถึงเจ็ดปี เหล่าสแครปคอรัลหวนกลับมาอีกครั้ง ณ โลกใบใหม่ที่ไร้เงาเรนตันผู้กอบกู้ ดวงจันทร์ที่ไร้รอยสลักแห่งตำนานของท่าไม้ตายสุดท้าย ตัวละครที่เหลืออยู่จากภาคแรกกลับเป็นยูเรก้าในความทรงจำของอาโอผู้เป็นลูกชายที่ถูกทิ้งไว้ ณ เกาะเล็กๆแห่งหนึ่งในหมู่เกาะโอกินาว่า
     ออริจินอลอนิเมภาคต่อของโบนส์ที่ไม่ค่อยจะเห็นกันนัก ร่องรอยจากภาคแรกนั้นมีให้เห็นอยู่มากมาย เพียงแต่เป็นคนละสถานที่และคนละตัวละคร ปมเรื่องนั้นก็เปลี่ยนจากเผด็จการยุคหลังสงครามไปเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงของจริงอย่างประเด็นสิทธิ์ครอบครองโอกินาว่าหมู่เกาะที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกเทศจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านคนต่างชาติอย่างรุนแรง บทอนิเมร่วมเขียนโดยไอคาวะ โชผู้เขียนฉากจบฉบับอนิเมให้ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ทีวีภาคแรก เพลงเปิดอย่าง Escape แม้จะไม่ใช่ FLOW เหมือนภาคแรกแต่ก็ให้อารมณ์คล้ายๆพิกลประมาณว่านี่แหละยูเรก้าเซเว่น เพลงปิดStand by meเองก็ใช้บริการ Stereopony เหมือนตอนop Darker than Black 2 ส่วนนักพากย์ตัวละครหลักนั้นใช้นักพากย์ใหม่หมดยกเว้นโอมิกาวะ จิอากิผู้พากย์เอเลน่าไพลอทสาวน้อยโอตาคุแห่ง Gen.Bleu  แม้ตอนเปิดตัวไพลอทสาวๆจะมีคนบ่นว่ายูเรก้าจบสิ้นแล้วเพราะกลายเป็นแนวฮาเร็ม แต่ขึ้นชื่อว่าโบนส์แล้ว... มันต้องมีคนตกรอบอย่างโหดเหี้ยมเยอะแน่ๆ (ไม่นะ นารุ!)
     อ้อ ผลงานเดบิวของโอมิกาวะที่ได้เข้าไทยก็คือ มากะ แห่ง โซลอีทเตอร์ ครับ
 
 
เรื่องที่ 2 : Accel World
    แอคเซลเวิร์ลด์ เนี่ย เป็นเรื่องที่มีพระเอกน่ารำคาญที่สุดในห้าเรื่องครับ แต่สาเหตุที่ดูอย่างแรกคงเป็นเพราะการที่ซันไรส์อยู่ในภาวะมือขึ้นจากตอนทำฮอไรซั่น อนิเมพของปีที่แล้ว  เอ๊ะ แล้วทำไมถึงได้ทำซับเรื่องนี้กันนะ ชักจะลืมๆ ว่าเพราะทำซับถึงได้ดู หรือมันสนุกสุดยอดถึงต้องทำซับ เพราะถ้าเทียบเรื่องสนุกตอนนี้ดันชอบเรื่องอื่นมากกว่าซะแล้ว (อารมณ์ตอนเขียนต่างกับยูเรก้าAOอย่างเห็นได้ชัด อะแฮ่ม)
    จุดเด่นของแอคเซลเวิร์ลนอกจากเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างนิวโรลิงค์ที่เหมือน Augmented Reality แบบพัฒนาแล้ว คงจะเป็นเรื่องดราม่าคนกับเกมครับ ทำให้รู้สึกถึงสิ่งที่ .Hack//sign ไม่สามารถให้ผมได้ มันก็คือดราม่านอกเกมนั่นเอง ที่เป็นแบบนี้ได้ก็เพราะการเป็นเมมเบอร์ของแอคเซลเวิร์ลด์นั้น ทำให้มีสิทธิพิเศษระดับสุดยอดคือการเร่งความคิด ผู้เล่นทั้งหลายจึงต้องพยายามดิ้นรนไม่ให้เสียสภาพเมมเบอร์ ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงการลอบโจมตีผู้เล่นคนอื่นในโลกจริง เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม ช่างเป็นโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายอย่างที่ฮารุคุงว่าไว้จริงๆ ที่ไม่ชอบอย่างเดียวก็คงเป็นอายุของผู้เล่นที่สูงสุดแค่ 15 ปี พฤติกรรมหลายๆอย่างมันเลยดูเกินตัวเกินอายุไปนิด
    ความแรงอีกอย่างของเรื่องนี้ก็คือ op โดย May'n และ ed โดย KOTOKO นี่ล่ะ ชอบเพลงจริงๆ
 
 
เรื่องที่ 3 : Haiyore! Nyaruko-san
      เนียรุโกะอนิเมฮาร์ดเซลมุกไรเดอร์โอตาคุกระจุยกระจาย ใครดูแล้วเก็บมุกได้ครบทุกเรื่องจะต้องผ่านหลักสูตรเลิฟคราฟท์ กันดั้ม ไรเดอร์ทั้งโชวะและเฮย์เซย์ รวมไปถึงเกมและอนิเมยุคนี้มาจนหมด ฟังแล้วดูน่าเป็นห่วงเหมือนกันนะ คนที่เข้าใจทุกมุกเนี่ย
      ก่อนจะมาฟูลอนิเมอย่างที่เห็น เนียรุโกะเองนั้นเป็นอนิเมมาถึงสองครั้งแล้ว ครั้งแรกตอนละสองนาที ครั้งสองตอนละ5นาที  ออกมาโดนส้อมปักจบตอน เพลงปิดขึ้นพอดี ตอนที่ประกาศจะทำฟูลอนิเมนี่ก็ไม่คิดว่าจะฮาได้ขนาดนี้เหมือนกัน เนื่องจากตอนที่เป็นอนิเมแฟลชนั้นมันช่างดูทุนต่ำจนน่าสงสารจนต้องหัวเราะออกมา
      พอฉายจริงตอนแรกดันอิมแพครุนแรงเหมือนอาสุมินผู้ให้เสียงเนียรุโกะเก็บกดไม่ได้พากย์บทรัวๆแบบนี้มานาน แถมคุณภาพงานก็ดีซะจนน่าตกใจ เรียกสาวกใหม่ๆมาได้เพียบเลยทีเดียว ด้วยความที่กระแสแรง ดีไซน์ตัวละครอิมแพคแรง แถมมีมุกที่กวาดได้หลายกลุ่ม เลยกลายเป็นม้ามืดของซีซั่นไปโดยปริยาย
      จั่วหัวว่าเนียรุโกะ แต่ใช้รูปฮัสเตอร์คุงขึ้น คงไม่เป็นไรหรอกนะ

 
เรื่องที่ 4 : Nazo no Kanojo X
      นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่รอแล้วรอเล่า สยามก็ไม่เอาเข้ามาสักที ทั้งๆที่งานเก่าของเขาอย่างยูเมะสึไค(จอมเวทย์พิทักษ์ฝัน)ที่ติดเรทรุนแรงกว่าเยอะยังเข้ามาได้ตั้งนาน สงสัยเล่นน้ำลายมันจะดูฮาร์ดคอร์ไปละมั้ง
      จากต้นฉบับคอมิครายเดือนตีพิมพ์มากว่าห้าปี ออกมาแล้ว 8 เล่ม ในที่สุดก็ได้เป็นอนิเมกับเขาสักที คราวก่อนที่ยูเมะสึไคได้เป็นอนิเมนั้น เจ้าของบล๊อกไฮป์มากไปรอบนึง แล้วก็ผิดหวังเหมือนดิ่งเหว เพราะมันห่วยจนไม่อยากจะดูต่อ ทั้งๆที่ต้นฉบับของ อุเอชิบะ ริอิจิ เทพซะขนาดนั้น แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะได้สตูดิโอที่ถูกโฉลกอย่างHOOD(อากิโซระพี่น้องท้องกระแทกกันและเควเซอร์ที่มันเป็นอนิเมได้ไงวะ) ที่ขึ้นชื่อเรื่องอนิเมอีโรๆ เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น เพื่อนสาวเล่นน้ำลายที่ฟังชื่ออาจจะดูน่าขยะแขยง แต่ไม่เลย พอดัดแปลงเป็นอนิเมยังรู้สึกได้ถึงความน่ารักเซ็กซี่และเสน่ห์อันลึกลับไม่ผิดไปจากคอมิค มุกจีบสาวหรือแต๊ะอั๋งอะไรก็เล่นกันซื่อๆอย่างกับอนิเมย้อนยุคสักปี 80-90 ยิ่งเพลงเปิดนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นสไตล์ที่หมดไปจากสมัยนี้นานแล้ว ไอ้โทนสีแบบนั้น กำกับแบบนั้น พาเอาคนดูย้อนยุคกลับไปยังสมัยที่ยังไม่มีอนิเมแนวฮาเร็มได้เลย
      ความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องพูดก็รู้ใจ แต่สื่อกันได้ด้วยน้ำลาย เป็นธีมโรแมนติกในรั้วโรงเรียนแบบไม่มีแฟนตาซี ไม่มีเวทมนต์ใดๆเข้ามาดลใจ เป็นเรื่องหัวใจของคนสองคนที่สื่อความรู้สึกไม่เก่ง ส่งเสริมจินตนาการกว้างไกล และเป็นเซย์เน็น ลองดูสักทีจะเข้าใจครับ ว่ารอยยิ้มในภาพมันเป็นปาฎิหารย์แห่งจักรวาลได้ยังไง
 
     (รีแอคชั่นหลังดูจบ สำหรับเจ้าของบล๊อกนี่ถึงกับละลายไปเลย)   
 
เรื่องที่ 5 : Kore wa Zombie Desu ka? OF THE DEAD
     เนื่องจากตอนภาคแรกไม่ได้เขียนถึงเลย ทั้งที่เป็นหนึ่งในสองเรื่องที่ดูจบตอนต้นปีที่แล้วแท้ๆ (ฉายพร้อมมาโดกะ) จึงยกมาเขียนให้เป็นกรณีพิเศษ แล้วอย่ามาถามว่าทำไมไม่เขียนเฟท0 ล่ะ อันนั้นเพิ่งฉายครึ่งแรกไป ให้เขียนครึ่งสองความรู้สึกคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ดังนั้น เขียนที่ยังไม่เคยเขียนถึงดีกว่า นะ
     เรื่องราวเสื่อมๆของซอมบี้ที่ได้รับพลังเวทย์ให้แปลงร่างเป็นมาโซโชโจออกปราบปรามเหล่าร้ายจากนรกซีซั่นสอง ถึงตอนนี้ทุกคนคงรู้กันแล้วว่าโลกของโคเรซอนฯ มีพลพรรคผู้มีพลังพิเศษอยู่สามกลุ่มคือ นรก(เมกาโล่) วิริเอ้(มาโซโชโจ) และ แวมไพร์นินจา(แวมไพร์นินจาใส่ชุดเมดสีไวโอลิน) กลุ่มหลังนั้นมีจำนวนน้อยนิดจึงตกอยู่นอกสายตาของสองกลุ่มบน ส่วนการสู้รบของนรกและวิริเอ้เกิดขึ้นจากอะไร และมีจุดประสงค์เพื่ออะไรก็ยังไม่รู้ แต่ถึงจะมีภูมิหลังของสงครามข้ามเผ่าพันธุ์ที่ดุเดือดขนาดนั้น แต่ตัวแทนของทั้งสามกลุ่มก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคากับอายูมุ ซอมบี้ธรรมดาๆตัวหนึ่ง (และพัดลมลอว์สัน)
     ภาคนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยฉากมิสทอลทีนอาวุธคู่ใจพังคามือ อายูมุที่อยู่ในร่างสาวน้อยอาภรณ์เวทย์จึงไม่สามารถลบความทรงจำของพยานทั้งโรงเรียนและทั่วทั้งโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คได้ จึงจำต้องใช้ชีวิตด้วยการถูกมองเป็นพวกลามกอนาจารแต่งหญิงไปจนกว่ามิสทอลทีนจะซ่อมเสร็จ (ซึ่งก็ปาไป5ตอน)
     ที่ถูกใจที่สุดของภาคนี้ก็คือยูจังในจินตนาการที่ออกมาเป็นแขกรับเชิญท้ายตอนนี่แหละ นี่ก็ชวนหัวใจวายเหมือนกัน อีกอย่างรู้สึกภาคนี้ เพลงจะแอบเยอะๆ สงสัยจะขายคาราซองค์ได้แน่ๆ
ปล. เพลงทาเอโกะ(Insert song ตอน5)เพราะดีจัง
-----------------------------------------------------------------------------------------------

(ชาร์ลลิมิทเต็ด ท่านฮาเว่ที่สาวกArTonelicoปั่นราคากันพุ่งทะลุโลก)       
 
   นับจากวันเกมออกมาก็ราวๆสัปดาห์กว่าแล้ว ผมได้เกมมาราวๆ 4 วันหลังเกมออก แล้วก็พบว่าราคาของเหล่าชาร์ลแบบลิมิทเต็ดมันพุ่งกระฉูดทะลุเพดานไปแล้ว  คนเล่นทีหลังเกิดจะอยากได้ชาร์ลมียี่ห้ออย่าง "เอเย่นต์เซเว่น" "ฮาร์เวสตาชา" "อาร์ชิเอลโน่" นี่เลิกคิดได้เลย ผู้อ่านที่ไม่เคยเล่นอ่านแค่นี้คงจะงง ว่าทำไมของพวกนี้มันต้องซื้อขายกันด้วยรึ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องระบบชาร์ลให้ด้วยครับ
 
   สำหรับ Surge Concerto ลำดับแรก Ciel Nosurge ที่ได้ลงข้อมูลแนะนำไปบ้างในช่วง3-4 เดือนที่ผ่านมานี้ เป็นเกมออนไลน์แนวCommunication ซึ่งตอนแรกก็ไม่เข้าใจนักว่าจะไปคอมมิวนิเคทกับอิออนจังของชาวบ้านหรือยังไง พอได้จับของจริงก็... นี่มันเหมือนกับระบบSuppotail ของAr tonelicoที่ปิดบริการไปแล้วเลยนี่ เพียงแต่วิธีการได้มาซึ่งเหล่าภูตน้อยผู้ซ่อมแซมความทรงจำของอิออนมันผนวกเข้ากับความสามารถของเครื่อง PSVita ในการแสกนข้อมูลจากบาร์โค้ดสินค้าต่างๆ ออกมาเป็น "ชาร์ล" ซึ่งตัวที่มีราคาแพงอันดับต้นๆ ก็คงไม่พ้นชาร์ลที่ถือกำเนิดจากบาร์โค้ดของกล่องเกมเอง ตรงนี้ใครเพิ่งจะซื้อทีหลัง แสกนไปเจอคงหน้ามืด เพราะพอยต์เริ่มแรกให้มา 100 แต่ราคาชาร์ลมียี่ห้อค่ายGUSTเจ้าของเกมทะลุหลักแสนหลักล้าน
 
(โปรดสังเกตซ้ายล่าง เจ๊อากิโกะตัวเป็นๆ เจ้าของเพลงซีรีย์นี้ก็อยู่ในลิสต์ด้วย)
 
   นอกจากนี้ กิจกรรมที่ทำให้เกิดสังคมในเกมขึ้นยังมีระบบฟอลโลวคล้ายๆโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คชื่อดังอย่างทวิทเตอร์ ให้ผู้เล่นได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน (อันที่จริงก็มีกระทู้ที่แลกชื่อบาร์โค้ดอยู่ด้วยเหมือนกันในบอร์ด 2ch) อย่างชาร์ลตัวนี้พี่แสกนมาจากไหน วันนี้อิออนกินข้าวกับอะไร ฯลฯ เวลาฟอลโลว์ใครแล้วก็ยังสามารถไปช่วยอัพเกรดชาร์ลของคนนั้นได้อีก ยิ่งชาร์ลตัวตัวไหนมีคนใช้เยอะๆ เลเวลก็ยิ่งอัพ ยิ่งซ่อมเร็ว เคลมเร็ว ราคาพุ่ง ใครมีใช้ก็ผ่านเนื้อเรื่องได้รวดเร็ว (ใช้ชาร์ลกระจอกก็รอกันหลับ ตื่นมาก็ยังซ่อมไม่เสร็จ)
 
   ต่อไปเป็นหน้าอธิบาย คำสั่งคร่าวๆของชาร์ลครับ
   เริ่มแรกเลย เข้าตู้ชาร์ลมาในโลกแห่งฝัน จะเจอชาร์ลของเราลอยไปลอยมา เลือกมาก็จะเจอภาพบน บอกชื่อ ไทป์ เลเวล สถานภาพตอนนี้ แล้วก็ LPเกจ
•ชื่อ ゆめもん ตัวนี้แสกนจากหนังสืออะไรก็ได้ในเครือคาโดกาว่า พวกชื่อไม่มีเลขนั้นส่วนใหญ่จะมีเลเวลสูงเพราะตลาดแรงงานต้องการกันเยอะ แม้statหรือค่าพลังจะไม่หรู แต่ชื่อไม่มีเลขมันสุ่มออกยากมากกกกก
 ส่วนไทป์ของชาร์ลนั้นเป็นข้อมูลเกร็ดเล็กๆของเกม ตอนนี้ขอละไว้ก่อน
•คำสั่งด้านขวา
  อันแรกเป็น ข้อมูลทั้งหมดทั้งหลายของชาร์ลที่เลือก
  อันสองคือข้อมูลเควเซอร์ เป็นเรื่องของสังคมส่วนรวม ทุกคนต้องช่วยกันชาร์จพลังเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อปลดล๊อคออฟชั่นใหม่ๆของชาร์ลจากเซิร์ฟเวอร์ ตอนนี้รู้สึกชาร์จกันทะลุ 200 ล้านไปแล้ว และยังปลดได้เรื่อยๆ

(ในรูปนี่89ล้าน สามสี่วันก่อนเองมั้ง)

  อันที่สามคอมมิวนิตี้ คงไม่ต้องบอกว่าคืออะไร
  อันที่สี่เป็นประวัติของชาร์ลตัวนี้ เมื่อวานมีใครมาจิ้มดูบ้าง มีใครแสกนบ้าง และเป็นหน้าที่บอกว่าปลดล๊อคอะไรได้เพิ่มบ้างแล้ว (เป็นเป้าหมายส่วนบุคคล เช่นมีคนแสกนไป3คนก็จะสามารถซื้อสกิลหรือของแต่งตัวบางชนิดได้เพิ่ม)
  อันที่ห้า ปล่อยชาร์ล จะได้พอยต์กลับคืนครึ่งหนึ่งในส่วน exp และพอยต์ที่เราลงแรงไปกับชาร์ลตัวนั้น
  อันที่หก กำหนดข้อความประจำตัวชาร์ล ใครมาทำอะไรก็จะเห็นชาร์ลตัวนี้พูดตามที่เรากำหนดไว้
 
 
 
     หน้าต่อมา หลังจากเลือกคำสั่ง อันแรก จะบอกตัวย่อของไทป์ย่อยแต่ละอันของชาร์ล อุปนิสัย จำนวนผู้ทำสัญญา พลังงานที่ชาร์ลตัวนี้มีส่วนร่วมในการชาร์จเข้าสู่เควเซอร์ (ชอยส์2รูปที่แล้ว) และ expรวม กับ expส่วนที่เราทำ
      ที่เห็น 173 คนนั้น นับว่าเป็นระดับล่างของกลุ่มสูง ในแรงค์กิ้งเลเวลนั้น จะเห็นว่า ゆめもん ติดอยู่แถวอันดับสิบกว่าๆ ซึ่งถ้าเลือกtab คำสั่งที่สองจะเห็นค่าพลังของชาร์ล ดังนี้
 
 
    ขออนุญาตเปลี่ยนนางแบบเป็นฮานะฮานะ931 ที่เจ้าของบล๊อกเก็บมาได้จากบาร์โค้ดกระติกน้ำตราหัวม้าลาย statเริ่มต้นนั้นแรงมากเพราะซ่อมได้ถึง 15พอยต์ใน 5 นาที ณ เลเวล1 ซิงโคร10% (อ้างอิงจากการแสกนจนหมดบ้านแทบไม่เจอตัวที่เกิน 5/5 เลย ยกเว้นตัวลิมิทอย่างท่านฮาเว่ที่เป็น 18/5)
    ใครสนใจ เชิญ http://hogeion.toypark.in/callme.php?no=8851991129568 จิ้มไปแสกนกันได้
 
     รูปนี้จะสังเกตเห็นรูปเฟือง มันเป็นไทป์ของความทรงจำที่ชาร์ลตัวนี้ซ่อมได้ มีทั้งหมด4อย่างคือ เฟือง น้ำ ใบไม้ และดิน
     อัตราซิงโครนั้นจะเพิ่มขึ้นจากงานซ่อมทั้งที่เราให้ซ่อมและคนอื่นขอตัวไปซ่อม และการแวะเข้ามาดูของผู้เล่นคนอื่นแล้วลูบหัวชาร์ลตัวนั้น (อันหลังนี้ขึ้นมั่งไม่ขึ้นมั่ง)
     ค่าความสามารถ(เรียงตามลำดับบนลงล่าง)อย่าง LPสูงสุด อัตราการฟื้นฟูLP ความเร็วในการซ่อม และจำนวนชาร์ลที่เรียกมาช่วยได้สูงสุด ก็จะเพิ่มขึ้นตามอัตราซิงโครด้วยเหมือนกัน ส่วนเลเวลนั้นเอาไว้ปลดล็อคสกิลให้ซื้อและของให้ใส่ซะมากกว่า (และราคากลางของชาร์ลด้วย)
 
     ต่อไป แทปอันที่สามก็คือของแต่งตัว ซึ่งเลือกได้จากที่เราปลดล็อคหรือซื้อมา
              แทปอันที่สี สกิลที่มีทั้งหมด มีจำกัดจำนวนการใส่ได้สูงสุดเหมือนกัน
              แทปอันที่ห้า ซื้อสกิลและของใส่ตัว ไปต่อรูปถัดไป
 
เข้ามาก็จะเจอสองแทปคำสั่งให้เลือกคือเครื่องแต่งตัวและสกิล  
 
ตัวอย่างสกิลที่ยังไม่ปลดล็อค จะเป็นสีเทาๆ ข้อความสีเขียวบอกเงื่อนไขว่าต้องมีเลเวล3ขึ้นไปและผู้ทำสัญญาด้วย 8 คนขึ้นไป ตรงนี้แหละจะเป็นความแตกต่างของของที่มีคนแสกนเยอะแสกนน้อย
 
     รู้สึกว่าชักจะเขียนเยอะไป ส่วนของอิออนจังเลิฟเลิฟนั้น ขอยกไปอีก entry ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะเกิดอาการ ยาวไปไม่อ่าน
(รูปแถม1 อิออนนอนละเมอตกเตียงนับหลอดสุญญากาศ)
 
(รูปแถม2 คานอนซามะทรงกริ้วที่เห็นอิออน***สปอยล์***)
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในที่สุดผมก็ทำได้แล้วครับ ชาร์ลไม่มีเจ้าของไม่มีเลข
 
เชิญแสกนได้ที่ http://hogeion.toypark.in/callme.php?no=8858737800026 
 
   นานๆทีขอโหนกระแสกะเขาซะหน่อย จริงๆนี่ควรจะเป็นเรื่องที่เขียนลงบล๊อกนานแล้วตั้งแต่ตอนแปลซายะเสร็จใหม่ๆ ซึ่งตอนที่เขียนรีวิวซายะนั้น ไม่ได้กล่าวถึงผลงานที่มีอิทธิพลต่อการสร้างตัวตนของซายะ อย่าง Cthulhu Mythos ของ H.P. Lovecraft เลย แต่คราวนี้มีพลพรรคผู้ได้รับอิทธิพลจาก Cthulhu Mythos อีกหนึ่งรายที่กำลังดังเปรี้ยงปร้างอยู่ในขณะนี้อย่างเนียรุโกะ(ฉบับฟูลอนิเม) ปรากฎกายขึ้นมา เรื่องที่ถูกพับไว้ไม่ได้เขียนก็พลอยฟื้นคืนชีพตามมาด้วย ต้องขอบคุณเนียรุโกะนะเนี่ย!
 
   เนื้อเรื่องของจักรวาล Cthulhu Mythos ของเลิฟคราฟส่วนใหญ่ว่าด้วยตัวตนของความสยดสยองระดับดวงดาว ที่แทนด้วยชื่ออันพิลึกพิลั่นที่ไม่อาจเอ่ยนามได้อย่างถูกต้องด้วยภาษาอันใด ภูมิความรู้ต้องห้ามที่ยั่วยุความอยากรู้อยากเห็นของมนุษยชาติ การเปลี่ยนผ่านของอารยธรรมที่สูญสิ้นไปและกำเนิดขึ้นใหม่ แฝงไว้ด้วยมุมมองทางศาสนาอันพิลึกพิลั่น (เหมือนทั้งหมดนี่จะมีในซายะหมดเลยนะ) เรื่องราวของเลิฟคราฟนั้นมีอิทธิพลต่อนักเขียนในยุคนั้นอีกหลายท่านที่นำตัวตนจากจักรวาลของเลิฟคราฟไปผูกเป็นเรื่องราวใหม่ๆ นอกจักรวาลCthulhu Mythos (กรณีของยุคนี้ก็คงคล้ายๆกับโทโฮของZUN ที่ต่อยอดไปเป็นโดจินมากมาย จนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นofficial)
    ในบรรดาตัวตนอันยิ่งใหญ่ทั้งหลายใน Cthulhu Mythos ครั้งนี้เราจะยกมาพูดแค่สอง คือ Nyarlathotep และ Shoggoth ตามหัวข้อentry
    Nyarlathotep (จะอ่านยังไงก็ตามแต่) มีคุณสมบัติหลายประการของตัวละครประเภทจอมบงการเจ้าเล่ห์ เป็น Outer God หนึ่งเดียวที่เข้ามาคลุกคลีกับมนุษย์ เรียนรู้ภาษามนุษย์ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับหมู่มนุษย์เพียงเพื่อจะบรรลุเป้าหมายในการสร้างความโกลาหล(Chaos)เพื่อความสนุกสนานของตนเอง ด้วยความที่Nyarlathotepนั้นมีรูปโฉมถึงพันแบบ ภาพลักษณ์จึงมักไปซ้อนทับกับบุคคลผู้เป็นศูนย์กลางแห่งความโกลาหลหรือเจ้าลัทธิอะไรบางอย่าง อย่าง ศาสตราจารย์โมริอาตี้ ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเชอร์ล๊อคโฮล์มส์หรือผู้นำนาซีอย่างอดอล์ฟ ฮิตเลอร์
   
(ภาพนี้คงต้องตั้งชื่อให้ว่า "พริบตาที่รู้ว่าถูกหลอกใช้" เมื่อโมริอาตี้ผู้คอยยื่นมือช่วยเหลือตัวเอกอย่างแมรี่เสมอกลับกลายเป็นอวตารของเนียลาโฮเทป เหล่าร้าย(?)ทั้งหลายที่เคยร่วมมือกันปราบมาก็เป็นเพียงครึ่งเดียวของแผนการในการขึ้นครองบัลลังค์แห่งชาร์นอท หนำซ้ำอีกครึ่งหนึ่งกลับถูกสานต่อโดยชาร์ลอตเพื่อนรักที่เธอเฝ้าตามหามานาน เรียกว่าองค์กรของตัวร้ายโดนตีแตกทั้งจากภายนอกและภายในด้วยน้ำมือของชายเพียงคนเดียว แมรี่หรือชาร์ลอต ไม่ว่าใครจะชนะ มนุษยชาติก็พ่ายแพ้--Shikkoku no Sharnoth)
 
(เนียรุโกะที่กำลังล่อลวงตัวเอกในชุดผ้ากันเปื้อนลายเลิฟคราฟ--Haiyoru NyaruAni!)
 
  ต่อไปเป็นพาร์ทที่ทุกคนรอคอยครับ Shoggoth
    พื้นเพของ Shoggoth ตามต้นฉบับของเลิฟคราฟเองนั้น เป็นสิ่งที่ถูก Elder Things สร้างขึ้นมาใช้งานดั่งข้าวของเครื่องใช้อำนวยความสะดวก แต่ภายหลังเกิดกลายพันธุ์และมีสติปัญญาต่อต้านการควบคุมทางจิตของ Elder Things ขึ้นมาจึงลุกขึ้นปฎิวัติผู้สร้างที่แม้จะไม่สำเร็จในคราแรก แต่ประสบชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ในภายหลังด้วยอารยธรรมของ Elder Things ที่ถดถอยลง ตรงข้ามกับการเลียนแบบและพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของทาสอย่างShoggoth ที่แซงหน้าแม้กระทั่งผู้สร้าง จนสามารถยึดครองที่มั่นแห่งสุดท้ายของ Elder Things ได้จนหมดสิ้น (สรุปจาก At the Mountains of Madness)
 
    ที่วิเคราะห์กันว่าซายะนั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า Shoggoth นั้นก็มีมูลมาจากข้อความในบันทึกของศาสตราจารย์โอไกผู้เปรียบเสมือนบิดาของซายะ ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่แม้จะไม่ถึงขนาดNyarlathotep แต่ก็เพียงพอในการใช้งานทั่วไปจากร่างกายที่เหมือนกับก้อนเนื้อ และการเรียนรู้ที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ส่วนข้อสันนิษฐานที่ว่าซายะถูกผู้สร้างทิ้งไว้นั้นก็จะเข้าทำนองเดียวกันกับย่อหน้าที่แล้ว ที่Elder Things แม้จะรู้ว่าShoggothนั้นจะพัฒนาสติปัญญาจนสามารถทรยศผู้สร้างได้แล้ว แต่ก็ยังจำต้องเก็บไว้ต่อไปเพราะไม่อาจหาสิ่งอื่นใดมาแทนShoggothได้ สรุปได้กลายๆว่าเหล่าพี่น้องของซายะที่ลอยอยู่ในอวกาศก็น่าจะมาจากการล่มสลายของ Elder Things บนระบบดวงดาวอื่นนอกจากโลกนั่นเอง
 
    การได้อ่านงานที่เป็นต้นกำเนิดแรงบันดาลใจของหลายๆเรื่องนี่ มันรู้สึกดีจริงๆนะ
 
   
    ....วันนี้เนียรุโกะตอน2
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ps. อะไรนะ ไม่รู้จะหาอ่านจากไหน ลองนี่ http://cthulhuchick.com/complete-works-lovecraft-pdf/