ข่าวล่า (ช้า)

posted on 20 Apr 2014 19:22 by bekung in diary
ย้ายบล็อกไปได้สักพักใหญ่ๆละครับ
 
  ที่ใหม่ก็คือ wordpress ตามลิงค์นี่ คิดถึงก็ไปแวะดูงานกันได้ครับ
  http://shirogane47.wordpress.com/ 
 
  exteen ไม่ผิดหรอกครับ แค่ช่วงที่ล่มบ่อย บรรดาบล็อกเกอร์ที่ตามอยู่เขาหายจากวงการไปหลายคน เลยตัดสินใจว่าไปเริ่มใหม่ในที่ใหม่ดีกว่า
  ขอโทษที่ไม่ได้ลบแสปมครับ
 
  ช่วงนี้ก็วนเวียนอยู่ใน fanboi.ch ถึงไม่ได้ลงอะไรใหญ่ๆแบบตอนสปอยล์ซาซามิแล้วก็ยังไปตอบเรื่อยๆ ส่วนงานแฟนซับเนื่องจากติดนิยายหนักไปหน่อย(ซัดโตเกียวเรเวนไป 9 เล่มรวด) เลยใส่เกียร์ว่างยาว รอสปาร์ครอบใหม่
  ดีจังเลยนะ งานที่อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็หยุดได้เนี่ย /me โดนสมาชิกร่วมค่ายซับเตะ
  ช่วงนี้งานที่เอามาลงในบล็อกใหม่ก็จะเป็นซีรีส์แปลเพลงของ Surge concerto  สำหรับคนที่ติดตาม Ar=ciel Ar=dor มา ก็ลองไปตามอ่านกันได้ครับ ทิ้งห่างกันนานเกือบสองปี ซีรีส์นี้จัดภาคใหม่ลงเครื่องใหญ่ได้สมใจอยากจริงๆ ได้เห็นสถานที่ที่มีแต่ในเพลงอย่างป่าชาลานอร์ กับ ฮิมเนสเฟียร์ นี่เหมือนฝันไปเลยจริงๆ 
 
 
  (เพิ่งสังเกตว่า widget ที่ลงสคริปทวิตเตอร์ไว้ หายไปด้วย แบบนี้คนที่มาฟอลช่วงหลังๆ ก็ไม่ได้ตามมาจากในนี้แล้วสินะ)
 
 
   รู้สึกว่าความถี่ในการอัพบล็อกมันชักจะห่างขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเขียนแก้ว่างสักentryครับ
   ช่วงนี้ สำหรับขาประจำที่ตามกันอยู่ คงรู้ว่าผมไปสถิตอยู่ในทวิตเตอร์ @shirogane47 ซะยาว ลงรูปของอะไรซื้อมาใหม่ก็ไปลงในนั้นซะหมด ต้องขอโทษคนที่ยังตามบล๊อกนี้อยู่ด้วยจริงๆ ที่ไม่มีอะไรจะอัพนอกจากรีวิวอนิเมแบบสัญญาใจรายซีซั่น และดูเหมือนซีซั่นนี้จะไม่ได้เขียนซะด้วย
   ไหนๆก็ไหนๆ นับ Fantastic Children ไปเป็นฟูลรีวิวประจำซีซั่นก็แล้วกันนะ
 
   ผลงานอื่นๆนอกจากรีวิว และซับที่เว้นวรรคไป1ซีซั่นหลังจากซาซามิ ก็คือสปอยล์ซาซามิที่ทยอยลงใน fanboi.ch  ครับ
   จริงๆว่าจะเขียนถึงนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที(แต่โฆษณาในทวิตทุกวัน)
   fanboi เนี่ย เป็นเว็บบอร์ดแบบไม่แสดงตัวตนผู้โพส คล้ายๆกับบอร์ดนอกอย่าง 4chan หรือ 2ch ดังนั้นก็เลยไม่ต้องล็อกอินหรือคิดชื่อสมัครอะไรให้มากความ อยากคุยอะไรก็เข้าไปได้เลย ถ้าเกิดมีคนสนใจเรื่องเดียวกัน เขาก็จะเข้ามาหาเราเอง ไม่ต้องรอขาใหญ่ตั้งกระทู้ และก็ไม่ต้องสนใจชื่อคนโพสด้วย เพราะมีแต่ความเห็นล้วนๆ
 
   บางคนอาจสงสัยว่า อ้าว แล้วไปลงผลงานตัวเองไว้ซะยืดยาวในเว็บแบบนั้นเนี่ยนะ ไม่เอาเครดิตบ้างเหรอ ไม่กลัวคนก๊อปเหรอ
   ขอตอบว่า คนจะก็อป เขาก็ก็อปอยู่ดีครับ ห้ามไม่ได้หรอก ขนาดเรื่องที่เคยเขียนลงในนี้อย่างซายะโนะอุตะยังหลุดไปมีเจ้าของใหม่ตั้งหลายคนเลยนะ(หัวเราะ) พอเจอแบบนั้นเข้าหลายทีก็เข้าใจ ว่าถ้าเราอยากจะเผยแพร่อะไรที่ตัวเองชอบ และขอให้มันได้ผ่านสายตาคนเยอะๆ ก็อย่าเก็บมันไว้กับตัวเองครับ ปล่อยให้มันเป็น free contents ไปซะเลย คอนเซปต์คล้ายๆกับตอนที่ตัดสินใจลงลุยงานแฟนซับนั่นแหละ
 
    เอ บอกว่าเหมือนแฟนซับแบบนี้มันดูเป็นผลงานสีเทาๆจัง แล้วแบบนี้จะดีเหรอ ?
    ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ถ้ามีคนมาบอกผมว่าเลิกทำได้แล้ว เพราะมีคนเอาเข้ามาแล้ว ผมก็หยุดนะ ถึงในแง่นึงมันจะเป็นงานที่เขียนเองสรุปเองก็เถอะ แต่มันก็ไม่ใช่ official เป็นแค่การระบายความอัดอั้นของแฟนบอยคนนึงอยู่ดี 
 
  กลับมาที่ fanboi ต่อ 
    ช่วงนี้ก็มีกระทู้ฮอทประจำซีซั่นของบอร์ดย่อยแต่ละบอร์ดอยู่
    อย่างบอร์ดแรก บอร์ดอนิเม ตามชื่อครับ คุยกันเรื่องอนิเมทั้งซีซั่น ทั้งวันทั้งคืน
    มีกระทู้ฮอตประจำบอร์ดอย่างกระทู้แม่บ้าน ที่สุมหัวนินทา แซะ ด่าทอ วิจารณ์ ร่วมกระทืบ กันได้ทั้งวงการ
    ลิงค์ตามนี้  สมาคมแม่บ้านอนิเม ที่ทะลุ1000repไปเป็นกระทู้แรกของบอร์ด
    และ           สมาคมแม่บ้านอนิเม!! ที่กำลังจะถึง 1000แล้วเช่นกัน
    ตามด้วยกระทู้อนิเมที่ทุกคนพร้อมใจกันดูและด่ามันทุกตอน อย่าง VVV
 
    ส่วนกระทู้ที่มีสปอยล์ซาซามิ คือกระทู้นี้ ซึ่งเดิมที เป็นกระทู้ดูอนิเมประจำซีซั่นเหมือนเรื่องอื่นๆนี่แหละ แต่พอจบแล้ว แทนที่จะปล่อยตกไปเฉยๆก็เอามาลงสปอยล์เนื้อหาต่อซะเลย (โฆษณาให้GaGaGa)
 
    บอร์ดต่อไป ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง เรียกคนเข้าบอร์ดได้ทุกครั้งที่เซิร์ฟเวอร์เกมล่ม นั่นก็คือบอร์ดเกม
    กระทู้ฮอตตอนนี้ ก็คงไม่พ้น กระทู้ไฟนอล14 ที่โคตรจะ educational สำหรับผู้ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เกมออนไลน์ระดับแกรนด์อีพิค ดราม่า! เทรนแกะ! สมรู้ร่วมคิด! ตัวละครมันชักมากขึ้นทุกทีๆ ช่วงนี้รีเฟรชบอร์ดเกมบ่อยเพราะกระทู้นี้นี่แหละ
 
    บอร์ดต่อไป Lougne บอร์ดคุยเรื่องอื่นๆนอกจากสองเรื่องข้างต้น ดูเงียบเหงา แต่ก็มีกระทู้น่าสนใจอย่าง...
 
    สำหรับอันแรกช่วงนี้อาจจะดูเงียบเหงาไปบ้าง ส่วนหนึ่งคิดว่าพวกขาประจำน่าจะไปหมกอยู่ในไฟนอลแฟนตาซี ไม่ก็กำลังบ้าพลังเขียนสปอยล์อะไรสักอย่างอยู่ แต่ไม่เป็นไร มาใหม่ก็มีส่วนร่วมได้เหมือนกันครับ (กระทู้อะไรฟะ) ส่วนอันหลังนี่เป็นกระทู้โลกแห่งความจริงและการโอดครวญของมนุษย์เงินเดือน เด็กๆควรศึกษาเอาไว้เป็นแนวทาง(แนวทางอะไร?)
 
    ที่จริงยังมีบอร์ด tech อีกบอร์ด แต่ช่วงนี้ไม่มีประเด็นอะไรมากนักก็เลยเงียบๆอยู่ ไม่ก็ต้องรอประชากรสายไอทีเข้ามาแจมกันเยอะๆละมั้ง
 
    อนึ่ง กระทู้ support ของผู้เขียนบอร์ดนั้นก็อยู่ใน lougne ใครสงสัยอะไร อยากช่วยแก้ไขหรือติชมก็เชิญในนั้นได้เลยครับ
 
    อย่าลืมแวะมาเกรียน เอ๊ย แวะมาคุยกันได้ครับ ไม่ต้องเกร็ง ที่นี่ไม่มีใครรู้จักคุณ
 
    เพราะคุณคือหนึ่งในแฟนบอยร่างแยก!
 
   จบการโฆษณา 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปล. เรื่องสปอยล์นั่นรู้แล้วก็ลืมไปซะนะว่าใครเขียน ไม่สำคัญหรอก (อาจสำคัญเวลาทวงตอนต่อ หรือจริงๆแล้วนี่คือข้อดีเพราะไม่มีชื่อจะได้ทวงยาก แถมอู้เมื่อไหร่ก็ได้นี่เอง)  
 
ปล2. เผื่อคนทวง ตอนนี้ลำดับเรื่องที่อยากรีวิวค่อนข้างผันผวน ที่เคยอยู่ที่หนึ่งก็ร่วง ที่ไม่ได้หวังอะไรก็ดันชอบมันมากขึ้นๆ ถ้าจะถามว่าตอนนี้อยากเขียนถึงเรื่องไหน ก็ขอตอบด้วยภาพนี้
 
 
       สำหรับเจ้าของบล็อกแล้ว ซีซั่นนี้เริ่มขึ้นค่อนข้างเร็วกว่าซีซั่นอื่นเกือบเดือน เพราะการฉายล่วงหน้าแบบ exclusive ของ RDG (เดี๋ยวจะพูดถึงอีกที) ที่นำแบบฉายทีวีไป 3 ตอน แถมยังมี gargantia ที่แจก BD สองตอนแรกก่อนฉายอีกตะหาก จริงๆเห็นแค่ชื่อกับทีมงาน สองเรื่องนี้ก็ค่อนข้างจะกินขาดเรื่องอื่นๆในแง่ความคาดหวังไปแล้ว
 
       แต่พอได้ดูเรื่องที่ฉายก่อนชาวบ้านทั้งคู่นี่ อิมแพคกลับต่างกันแบบสิ้นเชิง
       Suisei no Gargantia  ตอบโจทย์สิ่งที่อยากเห็นเพิ่มจากใน PV ได้ครบครัน เป็นสองตอนแรกที่มีพลังดึงดูดคนดูสูงมาก แทบไม่มีอะไรให้ติ
       ส่วน RDG กลับกลายเป็นอิมแพคแห่งความงง 
       จนต้องไปตั้งกระทู้หาแนวร่วมงง [งง]RDG- Red Data Girl[งง] ในบอร์ดแฟนบอย
       แล้วจากความงง ก็กลายไปเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะ แบบ ฉันต้องดูจนเข้าใจ ต้องเก็บโทรฟี่เรื่องนี้ให้ได้ แม้ว่า ยัยนางเอก(จำชื่อไม่ได้)จะน่ารำคาญ หรือมิยูกิคุง(ทำไมจำได้)จะขี้เหวี่ยงขนาดไหน ฉันก็จะผ่านมันไปให้ดู
 
       ระหว่างนั้นก็รอเรื่องอื่นฉายไปด้วย สัก5ตอน แล้วค่อยเริ่มเขียนentryตามปกติ   
       รอบนี้ที่ดูมา 5 ตอนแล้วยังไม่ได้ดรอป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ มีทั้งหมด 5 เรื่องครับ
 
เรื่องแรก RDG - Red Data Girl


     อนิเมที่เริ่มต้นจากอิมแพคของการดูไม่รู้เรื่อง ไปๆมาๆก็ดูไปซะ 9 ตอนเข้าไปแล้ว แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ยังไม่ได้ดรอปไปตั้งแต่ตอนแรกๆ มันต้องเป็นเพราะปาฏิหาริย์จาก ed เจ๊อิโต้มาสุมิ(คนเดียวกับที่ร้องedจินไท)แน่ๆ ที่ทำให้ไม่ตัดสินใจดรอปไปตั้งแต่ตอนนั้น
     บอกตามตรงว่าหลังจาก True Tears เจ้าของบล็อกดูอนิเมค่ายPA ไม่จบเลยสักเรื่อง RDG นี่อาจจะเป็นเรื่องที่สองจากรอบหลายปีที่ทำให้ดูจบ ต้องขอบคุณแฟนนิยายที่มาจุดไฟให้ความหวังในกระทู้เป็นระยะๆ อะไรนะ ทำไมไม่มีเรื่องย่องั้นเรอะ ย่อไปก็เท่านั้นแหละ ถ้าดูไม่รู้เรื่อง 
     ถ้าจะให้ตั้งชื่อใหม่ที่เห็นภาพชัดๆก็ต้องเป็น  Izumiko-san@wakaranai 
 
เรื่องที่สอง Suisei no Gargantia


     การ์กันเทีย หลังจากผ่านไป5ตอนแล้ว ยังไม่มีเค้าลางของหายนะใดๆในสไตล์คนเขียนบท(อุโรบุจิเก็น)ให้เห็นชัดเจน หรือรอบนี้ลุงแกตั้งใจจะเขียนแนวฮีลลิ่งจริงๆก็ไม่รู้ แต่ 3-4-5 นี่อารมณ์ต่างกับ 1-2 ที่เป็น pre-air มากโข ไม่มีฉากแอ็คชั่น ไม่มีเครียดซีเรียสกดดัน มีแต่ฉากชุ่มชื่นหัวใจ 
    ตัวเอกผู้พลัดหลงจากกองยานตัวเองระหว่างทำสงครามกับสัตว์ประหลาดอวกาศ ข้ามมิติมายังโลกที่สงบสุขราวกับสรวงสวรรค์ เดินเรื่องคล้ายๆ JRPG สมัยก่อน เดินคุยทำความรู้จักชาวบ้าน เก็บเควสใช้หนี้ท่วมหัว ระหว่างนั้นก็รวบรวมสมัครพรรคพวกไปปราบจอมมาร(?)อะไรทำนองนั้น
    แต่โดยชื่อคนเขียนแล้ว ยังไงๆความสงบสุขนี้ก็เป็น slow build ไปสู่อะไรที่โหดร้ายขนาดที่พ่อทหารหลงทัพของเราไม่อาจรับไหวเป็นแน่   น้ำตาของซุปเปอร์โซลเยอร์ผู้ไร้หัวใจมันช่างงดงามจริงๆ (จิ้น)
 
เรื่องที่สาม Devil Survivor 2 The Animation

 
     Devil Survivor 2 เป็นอนิเมจากเกมที่มีต้นตระกูลเป็นซีรีย์เมกะเท็น เช่นเดียวกันกับ Persona ที่เคยเป็นอนิเมก่อนหน้านี้  ต่างกันตรงที่ฉบับอนิเมของ DS2 นั้นตัดความตลกออกหมดเหลือแต่ความจริงจัง ดูฮู้ดหูกระต่ายของฮิบิกิคุงและแววตานั่นสิ!
     Note : คาราดีไซน์ของ DS2 (อ.ยาสุดะ)นั้น วาดสาวๆได้สะบรึมมาก โอโตเมะจังสุดยอด!
 
เรื่องที่สี่ Mushibugyo หน่วยพิฆาตแมลงอสูร

 
    เรื่องเดียวจากใน5เรื่อง ที่มีต้นฉบับภาษาไทยให้อ่านก่อนแล้วโดย SIC
    จริงๆแล้วมุชิบุเกียวนั้นก็เป็นอนิเมโชเน็นธรรมดาๆ ฉาย6โมงเย็นนี่แหละ ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย ยกเว้นแต่เรื่องที่ว่ามันมีแนวเรื่องตรงกับอนิเมที่เจ้าของบล็อกชอบมากแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีให้ดู อย่าง Ayakashi Ayashi หรือ Oh Edo Rocket!(อันหลังนี่มีLCแต่ออกแค่VCD) แม้จะเทียบกันได้ยาก แต่ก็พอดูแก้ขัดไปได้
 
    สองเรื่องที่ยกมานั้นเป็นเรื่องที่ใช้เอโดะเป็นฉากหลัง และหยิบยกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาเสริมแต่งเป็นเรื่องราว อย่างอายาคาชิก็จะเป็นองค์กรเบื้องหลังที่ทำหน้าที่กำจัดปิศาจ ส่วนโอ้เอโดะ ก็จะเป็นเรื่องของช่างทำดอกไม้ไฟและมนุษย์ต่างดาวสาวสวยที่มาขอร้องให้สร้างดอกไม้ไฟที่จะบินไปถึงดวงจันทร์
 
    มุชิบุเกียวนั้นใช้เซทติ้งเอโดะเหมือนกัน แต่เป็นเอโดะที่โดนแมลงยักษ์เข้าจู่โจมไม่เว้นวัน แถมศัพท์แสงในเรื่องก็ออกจะวัยรุ่นเสียอีก ไม่ได้โบราณอย่างสองเรื่องบน และถึงจะบอกว่าดูแก้ขัด แต่งานนั้นดีกว่าที่คิดมาก 
    ส่วนที่ใช้รูปฮิบาชิก็ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรหรอก แค่ท่านมุชิบุเกียวนางเอกตัวจริงยังไม่ออกเท่านั้นเอง เลยต้องดูฮิบาชิไปพลางๆระหว่างรอ ตอนนี้นางเอกตัวจริงโผล่มาแค่ไรผมกับเสียงกระดิ่ง
    อ้อ ฮิบาชินี่(CV:Ookubo Rumi) ใช้คนพากย์เดียวกับจอมมารน้อยโอดะ โนบุนางะในเซนคอลฯด้วยนะ
     (นี่คือตัวอย่างของการบ่นแต่ก็ดู-ซึนเดเระ)
 
 
เรื่องที่ห้า Valvrave the Liberator

 
    อนิเมที่จับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว ณ ตอนนี้ ว่ามันจะเอาแนวไหนกันแน่ เนื้อเรื่องนั้นก็... ดูเอาสนุกได้ถ้าไม่คิดอะไรมาก ย้ำว่าต้องไม่คิดอะไรมากจริงๆ แถมการอ้างเหตุผลที่มาที่ไปในเรื่องนั้น ยังแพ้กระทั่งอนิเมปี2004ที่เพิ่งรีวิวไปล่าสุดแบบขาดลอยเสียอีก ที่บอกว่าเป็นคนเขียนกีอัสนั้น ขอโทษจริงๆ หรือตอนนั้นจะเป็นแค่ฟลุ๊ก 
    ทำไมถึงได้ดูต่อ คงเพราะ op กับ ed ละมั้ง โบคุจาไนยยยยยยยย มันติดหูจริงๆ
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เรื่องอื่นที่ดูแต่ยังไม่ถึงตอน5 ไททัน, อาซาเซล2, มุโรมิ
เรื่องอื่นที่ตั้งใจจะดู แต่ยังไม่ดู ฮามาจิ, จอมมารแม็ค
เรื่องที่นอกเหนือจากสองกลุ่มบน HxHภาคมด

Recommend