[review] Saya no uta
posted on 02 Jun 2009 16:42 by bekung in game
Saya no uta ( 沙耶の唄 ) เผยโฉมครั้งแรกเมื่อปลายปี 2003 ในรูปแบบ Visual Novel ที่สร้างสรรค์จากปลายปากกาของผู้เขียนบทจากค่าย Nitro+ อย่าง Urobuchi Gen ( 虚淵 玄 )ที่เปิดตัวด้วยการเขียนบท Phantom -PHANTOM OF INFERNO- ในปี 2000 (ฉบับทีวีอนิเมชั่นกำลังแพร่ภาพอยู่ในขณะนี้) ตัวเกมนั้นจำกัดอายุผู้รับชมไว้ที่ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากความรุนแรงทั้งด้านภาพและเนื้อหา (ใน entry ทั้งหลายที่เขียนมานี้ก็เช่นกัน ถึงจะตัดฉากบางฉากออกและลดความรุนแรงของคำบรรยายจากต้นฉบับลง ก็ยังถือว่าแรงอยู่ดี)
ตัวเกมนั้นอาจพูดได้ว่าไม่ค่อยโด่งดังนักเมื่อเทียบกับ Demonbane จากค่ายเดียวกัน เนื่องจากความดำมืดของเนื้อหาที่เข้าถึงได้แค่ผู้อ่านบางกลุ่ม ส่วนผู้เขียนเองก็รู้จักเรื่องนี้จาก fanart ของซายะที่เจอแบบสุ่มๆในบอร์ด ตั้งแต่สมัย 2006 แต่ก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นอะไรนัก จนกระทั่งมีกลุ่มแปล Novel game ของต่างประเทศ (TLwiki) หยิบเรื่องนี้มาแปล และปล่อยแพทช์แก้ไขตัวเกมให้เป็นภาษาอังกฤษออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง (นี่เราเขียนซีรีย์นี้มา 3 เดือนแล้วเรอะ!)
แรกๆนั้นผู้เขียนเองก็แค่อยากรู้อยากเห็นธรรมดา ว่าไอ้เกมที่พวกฝรั่งใน 4ch ไฮป์กันนักหนา มันจะขนาดไหน พอได้หาเกมมาเล่น หาแพทช์มาลง ก็เจอคำเตือนแรกก่อนเข้าสู่เกม ว่าจะให้เซ็นเซอร์ภาพบางส่วนในเกมหรือไม่ ด้วยความเปรี้ยวส่วนบุคคลก็เลยเลือกข้อที่ไม่เซ็นเซอร์ ผลที่ตามมาคือกินข้าวไม่ลง... นอนไม่หลับไปหลายวัน เพราะของแรงพุ่งเข้าตา เสียงเอฟเฟคชวนอ้วก และเพลงประกอบหลอนๆพุ่งเข้าหู โดยไม่ผ่านการกรอง
แต่เพราะอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับที่ว่านั่น เลยทำให้เล่นรวดเดียวจบทั้ง 3 ฉากจบ....
พอรู้เนื้อเรื่องหมดแล้ว จิตวิญญาณของคนชอบรีวิวมันบอกให้ชดใช้กรรมด้วยการเขียนเล่าทั้งหมดให้คนอื่นได้รับชมด้วย ก็เลยออกมาเป็น entry ชุดนี้ครับ เนื้อหาในเกมราวๆ 90% ถูกแปลเป็นภาษาไทยในรูปแบบที่เขียนลงบล๊อคได้ ส่วนอีก 10% นั้นคือส่วนที่ติดเรทและส่วนที่ตัดไปเพราะไม่สามารถจะบรรยายออกมาเป็นภาษาที่สละสลวยให้เข้ากับอารมณ์ของเรื่องในขณะนั้นได้ ด้านบทบรรยายเกือบทั้งหมดนั้นอิงจากภาษาอังกฤษของทีมแปล แต่ส่วนคำพูดที่เป็นเสียงพากย์บางส่วนใช้ความสามารถที่พอจะมี เรียบเรียงขึ้นด้วยภาษาตัวเอง
ดังนั้นเรื่องความแม่นยำอาจไม่ 100% เพราะไม่ได้แปลทุกคำพูด แต่ในส่วนเนื้อเรื่องหลักๆมั่นใจว่าเนื้อหาครบ ถ้าอ่านจบหมด ก็จะเข้าใจได้แบบเดียวกับคนเล่นเกม จะขาดก็แต่เสียงประกอบก็เท่านั้นเอง
และเนื่องจากที่ร่ายมากว่า 7 entry รีวิวนี้จะไม่พูดถึงเรื่องย่อของเกมเพราะถือว่าทุกคนที่อ่านอยู่ได้อ่านเนื้อเรื่องทั้งหมดมาแล้ว ต่อไปจะเป็นการวิเคราะห์แง่มุมต่างๆที่ปรากฎในเกมกันครับ
แสงนี้จะส่องประกายเมื่อทุกแสงสว่างในโลกดับสิ้นลง วลีนี้จาก The Lord of the rings คงใช้อธิบายการพบกันของซายะและฟุมิโนริได้ดี ยิ่งสิ่งที่เขาเป็นนั้น กลับกลายเป็นกำแพงปิดกั้นตัวเขาเองจากสังคมมากขึ้นเท่าใด ตัวตนของซายะก็ยิ่งทวีความสำคัญกับเขามากขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถึงจะรอไปจนแก่เฒ่า แสงสว่างที่ว่านั้นก็ไม่มีทางมาปรากฎให้เห็นต่อหน้า เมื่อหนทางชีวิตมืดดับไป สิ่งที่รออยู่สำหรับคนที่งอมืองอเท้าก็มีแต่ความมืดและการหลอกตัวเองไปวันๆเท่านั้นเอง พอมองแบบนี้แล้ว โลกที่บิดเบี้ยวของฟุมิโนริก็เปรียบเหมือนสังคมมนุษย์ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยภาพที่รุนแรงและน่าเกลียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ราวกับจะประชดประชัน
แล้วทางเลือกของเขาล่ะ มีอะไรบ้าง?
เมื่อครั้งที่ซายะถามว่าเขาอยากกลับเป็นอย่างเดิมมั๊ย นั่นเป็นครั้งแรกที่ฟุมิโนริต้องเลือกระหว่างการกลับสู่สังคมที่เขาทิ้งมาหลายเดือน กับการอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป
ต่างกันตรงที่ว่า ในความมืดนั้น มีแสงสว่างหนึ่งที่พร้อมจะติดตามเขาไปเสมอ
แต่ในแสงสว่างที่ได้คืนมา จะทำให้ความมืดที่ผ่านมานั้นกลายเป็นเรื่องโกหกไป
ไม่ว่าทางไหนก็ต้องใช้บางสิ่งบางอย่างแลกมา
จุดจบของทั้งสองทาง ไม่มีคำว่า "แล้วทั้งคู่ก็มีความสุขด้วยกันตลอดไป" อย่างในนิยายรักโรแมนติคอื่นๆ
ซายะก็เช่นเดียวกัน ในฉากจบสุดท้ายเราจะได้รู้ว่าเธอออกเร่ร่อนด้วยความรู้สึกแบบใด ตั้งแต่ที่โอไกหายสาบสูญไป ถึงตอนนี้แล้วให้กลับไปอ่านฉากจบแรกสุดอีกครั้ง แล้วจะเข้าใจความรู้สึกของเธอตอนที่คนเพียงคนเดียวที่มองเห็นความสำคัญหายไปจากชีวิตมากขึ้น
ภาพความรุนแรงที่ปรากฎในเนื้อหาเหมือนจะขับเน้นให้ทั้งสองมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในของอีกฝ่ายได้ยิ่งกว่าเกมที่ดำเนินเนื้อเรื่องอยู่บนโลกธรรมดา ฟุมิโนริที่เริ่มหลุดจากวิถีของคนปกติไปทุกที กับ ซายะที่เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์จนถึงแก่นเข้าทุกที เขาและเธอที่ยอมรับถึงความผิดปกตินี้ ก่อให้เกิดคดีฆาตกรรมที่ผิดจากสามัญสำนึกของคนปกติ จนกลายเป็นเรื่องราวสยองขวัญที่ยังถูกบอกเล่าต่อไปโดยไม่มีใครรู้ความจริงที่เกิดขึ้น นอกจากโคจิในฉากจบที่ 2 ที่แทบเสียสติเพราะแบกรับความจริงที่ราวกับพิษร้ายทั้งหมดของเรื่องไว้เพียงผู้เดียว
หนีไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะสิ้นลง
ใช้เหตุผลบิดเบือนความจริงที่ปรากฎต่อหน้า
หรืออดทนรอ จนกว่าเวลานั้น จะมาถึง
เลือกได้เลยครับ....
------------------------------------------------------------------------------------------------------
Tips:
1.วันวางจำหน่ายวันแรกของ Saya no uta วันที่ 26 ธันวาคม ปี 2003 นั้นก็ตรงกับช่วงเวลาสุดท้ายของมนุษยชาติที่ปรากฎในตอนจบของเนื้อเรื่องพอดี
2. ซายะปรากฎตัวในเกมของค่าย Nitro+ อีกครั้งใน ニトロ+ロワイヤル -ヒロインズデュエル- ซึ่งเป็นเกมไฟท์ติ้ง!!
----------------------------------------------------------------------------------------
ps. ชอบฉากจบไหน อยากบ่นอะไร คนแปลมันห่วยอย่างไร เชิญบ่นได้ตามสะดวกครับ ขอบคุณครับ
edit @ 3 Jun 2009 16:45:43 by bekung












โยก็โชคร้าย ทรมาณที่สุดในเรื่องแล้วมั้ง
(ไม่กล้าพอจะเล่นเอง+อ่านไม่ออกค่ะ orz)
เหมือนกันเลยค่ะที่รู้จักเรื่องนี้ผ่านแฟนอาร์ตแล้วก็สนใจเลยติดตามดู
เท่าที่ดูจากCGเกมนี่ เนื้อหาแรงมากจริงๆค่ะ เข้าใจชัดดีเลยค่ะว่าทำไมถึงแปลได้เพียง90%เท่านั้น
เป็นเกมที่แตกต่างจากธรรมดาจริงๆค่ะ แต่ก็น่าหลงใหลในความต่างของมันนี่ล่ะค่ะ
ยังไงๆขอบคุณจริงๆค่ะที่แปลเกมนี้ให้อ่านกัน ทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องของเรื่องนี้ขึ้นเยอะเลยค่ะ
#1 By [H2O] on 2009-06-03 18:51