[review] Tokyo Magnitude 8.0 ตอนที่ 1
posted on 11 Jul 2009 13:48 by bekung in animeเมฆสีเทาที่คล้อยต่ำ ฝูงนกพิราบที่จู่ๆก็โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมๆกัน ทิ้งภาพของเทพีเสรีภาพแห่งโอไดบะ และเรนโบว์บริดจ์ไว้เบื้องหลัง ....เป็นเหมือนสัญญาณเตือนเพียงน้อยนิด ไม่กี่นาทีก่อนที่ทุกอย่างในระยะสายตาจะพังทลายลง
Tokyo Magnitude 8.0 เปลี่ยนแปลงจินตนาการเรื่องแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ให้ปรากฎขึ้นในรูปของอนิเมชั่น ผ่านทางประสบการณ์ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของ มิไร เด็กสาว ม.ต้น และยูกิผู้เป็นน้องชาย ตัวละครหลักอย่างมิไรนั้น ถูกวางบทไว้ให้เป็นเด็กสาวในวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับเพื่อนๆในวัยเดียวกันที่เริ่มค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ และเป้าหมายในชีวิตแล้ว มิไรที่ชื่อของตัวเองแปลว่าอนาคตนั้น กลับไม่มีสิ่งที่ใฝ่ฝันหรืออนาคตที่ต้องการใดๆเลย เมื่อรวมเข้ากับสภาพครอบครัวในปัจจุบัน การจะทำใจให้คิดถึงเรื่องอนาคตกลับยิ่งยากเข้าไปอีก สิ่งที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและมองข้ามไปนั้นยิ่งเป็นตัวขับส่งให้มิไรเข้าสู่ภาวะต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นตัวเอกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงในยุคสถาบันครอบครัวอ่อนแอเลยทีเดียว เนื้อเรื่องของอนิเมนั้นมีตัวละครหลักอีกสองคน คือ ยูกิที่เป็นน้องชายของมิไร และ มาริ พนักงานขับรถส่งของที่ทั้งคู่พบตอนอยู่ที่โอไดบะ ที่ต่างก็ปรากฎตัวกันหมดแล้วในตอนแรก เหลือแต่ว่าจะถูกเนื้อเรื่องชักนำให้ไปพบกันอีกครั้งเมื่อไหร่เท่านั้นเอง และที่แน่ๆ ภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวนั้นก็ไม่ใช่อะไรที่มนุษย์จะจัดการได้ง่ายๆอีกด้วย อนิเมแนวดราม่าของวัยที่อยู่ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่บนนครโตเกียวที่ประสบมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
พูดถึงส่วนของเนื้องานกันบ้าง เช่นเดียวกับสองเรื่องก่อนที่เพิ่งจะรีวิวไปอย่าง Saki และ Basquash! อนิเมเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เริ่มนำ 3D เข้ามาใช้มากขึ้น จากเดิมที่ใช้มือวาดทั้งหมด เหล่าตัวละครประกอบฉากที่เดินไปเดินมาไกลๆนั้น กลายเป็น 3D ไปหมดซะแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ ตัวเอกทั้งสองในมุมไกลๆบางฉาก แบบนี้ก็ทำเอารู้สึกแปลกๆไปหน่อยเหมือนกัน ปกติผู้เขียนไม่ค่อยเห็น Bones (ชื่อสตูดิโอผู้ผลิตร่วมกับ Kinema Citrus (ก็ค่ายลูกBonesนะแหละ))ใช้เทคนิคแบบนี้สักเท่าไหร่ ส่วนลายเส้นในอนิเมนั้นจัดได้ว่าเป็นมิตรกับผู้ชมค่อนข้างสูง เป็นลายเส้นแบบกลางๆ ไม่ได้เน้นไปทางสมัยนิยมหรือแนวอะไรมากมาย (แต่มันก็ดูน่ารักดีนะ) คงเป็นเพราะconcept ของ time slot Noitamina ด้วยกระมัง แต่ละเรื่องที่ฉายในเวลานี้จึงล้วนแต่เป็นเรื่องที่การันตีความสำเร็จได้แทบทั้งนั้น ตั้งแต่เปิดตัวด้วยการฉาย Honey & Clover ภาคแรก เมื่อปี 2005 จนถึงเรื่องล่าสุดที่เพิ่งลาจอ (แต่มีต่ออีก 2 Movie) อย่าง Eden of the East ส่วนเรทติ้งตอนแรกสุดของเรื่องนี้ อยู่ที่ 5.8 มากกว่า Eden of the East ที่เพิ่งจบไปซะอีก
- รู้สึกว่าโมชั่นเรื่องนี้มันพริ้วจังเลย แต่ก็เป็นอะไรที่คาดหวังจากสตูดิโอนี้ได้อยู่แล้วล่ะนะ (อวย)
- เห็นชื่อ Composer แล้วขนลุกเกรียว Kou Ootani (ที่เจ้าของblogบูชาชาบู)อีกแล้วครับท่าน เพลงประกอบการันตีได้เลยงานนี้ ด้วยผลงานเก่าสร้างชื่ออย่าง Haibane Renmei และ Shadow of Colossus
ปล. เครื่องบินสองชั้นท้าย op นั่นมีแอบวาดผิด จริงๆมันต้องมีมากกว่า 2 เครื่องยนต์นะ ไม่งั้นบินไม่ขึ้น
#1 By P A T T Y z on 2009-07-12 18:11