[99thEntry] BEST 9

posted on 27 Aug 2010 16:10 by bekung in anime

Entryที่ 99 ขอเสนอ!

อนิเม 9 เรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจทุกครั้งที่นึกถึง!!(แน่นอนว่าของเจ้าของบล๊อก)

หลังจากที่คิดๆอยู่ว่าจะอัพอะไรดีช่วงนี้ก็เลยไปนั่งrefreshเว็บเกรียนนอกดู และก็เจอกระทู้โชว์รสนิยมอนิเมที่ชอบเอามาจัดแบบ3x3  แน่นอนของบล๊อกนี้ก็มีเหมือนกัน! ทุกเรื่องที่ลิสต์มานั้นต่างก็มีอิทธิพลต่อความคิดของเจ้าของบล๊อกด้านใดด้านหนึ่งทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรสนิยมหรือทัศนคติ และถึงแม้บางเรื่องอาจจะเคยเขียนถึงหรือกล่าวถึงบ้างแล้วในรีวิวอนิเมเรื่องอื่น(ซึ่งตอนเขียนอ้างถึงนั้นก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะมีคนรู้จักมั๊ย)  แต่คราวนี้เราจะมาแนะนำกันให้รู้จักแบบเรื่องต่อเรื่อง เรียงจากซ้ายไปขวา บนลงล่างนะครับ

Yami to Boushi to Hon no Tabibito (ヤミと帽子と本の旅人) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2003

   ผลงานอนิเมลำดับสองที่ Carnelian นักวาดที่บูชาลงมาคุมงานด้วยตัวเอง ตัวเรื่องกล่าวถึงการเดินทางตามหาหญิงอันเป็นที่รักในโลกของหนังสือนับร้อยนับพันที่ถูกบรรจุอยู่ในหอสมุดจักรวาล ซึ่งสุดท้ายแล้วความรักระหว่างตัวละครในหนังสือกับบรรณารักษ์หอสมุดก็จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง(?)  คอนเซปต์ของเรื่องที่ออกแนวyuriเข้มข้นทำให้เรื่องนี้เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆไม่แพ้กับยามะยูริไคในมาเรียซามะฯเลยทีเดียว(แต่อันหลังมันมีหลายคู่ และยังไม่จบ) และเนื่องจากต้นฉบับที่เป็นเกมสำหรับผู้ใหญ่ เหล่าตัวละครที่ปรากฎในโลกของหนังสือแต่ละเล่มก็เลยแสดงถึงเฟติชในหลายๆแนวตามสไตล์ อ.แก (สมัยนี้คงไม่แปลกนัก เพราะสิ่งที่เคยพบเห็นได้แค่ในhgame มันโผล่ขึ้นมาบนดินซะเยอะ คนแก่ๆน่าจะเข้าใจ) ซึ่งมาคิดๆไปแล้วไอ้เฟติชประหลาดๆของเจ้าของบล๊อกเนี่ยมันมาจากเรื่องนี้เกือบหมดเลยนี่หว่า...

Honey & Clover (ハチミツとクローバー) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2005

    H&C โจเซย์เพียงเรื่องเดียวที่อยู่ในลิสต์ เป็นเรื่องราวของเหล่าหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัยศิลป์แห่งหนึ่งในโตเกียว ที่แรกๆดูเหมือนการ์ตูนตลก...  เพลงประกอบอนิเมภาคแรกทั้งหมดที่เป็นของ Spitz ฟังทีไรก็อารมณ์เดียวกันกับเพลงในวัย (แปล:เพลงสมัยที่เจ้าของบล๊อกยังละอ่อนอยู่ ม.ปลาย) ยิ่งดูยิ่งอิน พอเรียนจบแล้วกลับมาดูอีกทีน้ำตาก็พาลจะไหล แม้ภาค2 จะจบได้ไม่ถูกใจแต่ก็บ่งบอกถึงคุณค่าของเวลาในวัยที่เป็นรอยต่อระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ได้ดี เหล่าตัวละครที่ทิ้งความรักเพื่อความฝัน และทิ้งความฝันเพื่อความรัก คนที่ไม่เคยมองสิ่งที่อยู่ระหว่างทาง และคนที่มองไม่เห็นปลายทางของตัวเอง จะถูกนำพาให้ไปพบเจอสิ่งใด เส้นทางที่พวกเขาเลือกเดินคืออะไร และท้ายที่สุดเมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงบทสรุป... ความรู้สึกที่เหลืออยู่ในใจก็จะบอกเองว่าช่วงเวลาที่ตัวเองได้เดินผ่านมานั้นมีค่าแค่ไหน

Zettai Shonen (絶対少年) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2006

   เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวใน 9 เรื่องที่ไม่รู้จะอธิบายเนื้อเรื่องยังไงดีเพราะมันต้องดูเอง คิดเอง เข้าใจเอง (สำหรับผมน่ะนะ) zettai shonen ขมวดปมเรื่องเข้าด้วยกันโดยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตัวละครทุกคนในเรื่องที่ประสบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ ตัวอนิเมแบ่งเป็น 2 ภาคคือภาคทานะ(ชนบท)และภาคโยโกฮาม่า(เมือง) ตามลำดับเวลา ถ้าถามว่าดูยากรึเปล่า ก็จะตอบว่าถ้าถนัดพวกอนิเมเดินเรื่องแบบ Slice of Life ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะมันจะเรื่อยๆแบบนั้นแหละ ที่ชอบก็อาจจะเป็นเพราะเป็นแนวที่ไม่ค่อยชอบดูนักแต่กลับเดินเรื่องได้น่าสนใจผิดกับเรื่องอื่นในแนวเดียวกันนั่นแหละครับ  (อยากเขียนยาวแต่บรรยายไม่ถูกจริงๆ)

Shigofumi (シゴフミ) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2008

   เรื่องราวของไปรษณีย์ผู้นำจดหมายจากโลกหลังความตายมาให้ผู้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกคนเป็น ตามความประสงค์สุดท้ายของผู้จากไป ซึ่งบางครั้งก็ต้องใช้กำลังนิดหน่อยเพื่อให้แน่ใจว่าจดหมายถึงมือผู้รับจริงๆ นอกจากนั้นแต่ละเคสในอนิเมนั้นก็แสดงถึงสภาพสังคมอันโหดร้าย ตายกันแทบทุกตอน ไม่มีใจดีสั่นกระดิ่งให้เจอหน้าคนที่ตายแล้วมาสั่งเสียกันท่ามกลางแสงหิ่งห้อยอันโรแมนติิก ที่จำได้ก็มีแต่เจอไปรษณีย์แล้วบ้านแตกสาแหรกขาด หรือต้องระหกระเหินไปตามตรอกซอกซอยมืดๆเพื่อหนีความจริงไปวันๆ แล้วก็ตายอย่างไร้ค่าโดยไม่รู้ว่าบาปของตัวเองได้รับการให้อภัยตั้งแต่วินาทีแรกที่ไปรษณีย์ยื่นจดหมายให้แล้ว ยังไม่นับเคสเฉพาะของตัวเอกอย่างฟุมิกะ ไคลแมกซ์ของเรื่องที่ดูไปก็ขนลุกไป ฉากจบแบบเท่ห์ๆ และบทส่งท้ายเจ็บๆในova ลืมบอกไปครับว่าostเรื่องนี้ได้คนทำคนเดียวกันกับ Zettai Shonen และ Noein นั่นก็คือคุณ Nanase Hikaru 

Noein ~to your other self~ (ノエイン もうひとりの君へ) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2006

    ค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยจะมีคนได้ดูงั้นผมก็จะสปอยล์ให้มันเละเทะไปเลย ณ ที่นี้ Noein ชื่อเรื่องนั้นคือชื่อตัวตนหนึ่งของยู ที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังจากการสูญเสียสิ่งสำคัญทุกอย่างในชีวิตไป  แต่ความหวังสุดท้ายก็มาปรากฎอยู่ตรงหน้า นามของสิ่งนั้นก็คือดรากอนทอร์ค(龍のトルク) วัตถุหนึ่งเดียวที่มีอำนาจบิดเบือนห้วงมิติได้ และภายในห้วงมิติเวลาที่มีโลกคู่ขนานจำนวนนับไม่ถ้วนซ้อนกันอยู่นั้น กลับมีเรื่องบังเอิญที่ไม่น่าบังเอิญอย่างที่สุดเกิดขึ้นมา เมื่อวัตถุที่ทรงอำนาจถึงเพียงนั้นกลับตกอยู่กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ Noein จำได้ดีในยุคสมัยที่เขายังเป็น โกโต้ ยู เด็กหนุ่มธรรมดาๆที่รักเธอ แต่สำหรับNoeinที่ทิ้งจิตใจของมนุษย์และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปนานแล้วเพียงเพื่อตามหาฮารุกะ ไม่ได้มองฮารุกะที่ครอบครองดรากอนทอร์คด้วยความรู้สึกเดิมอีกแล้ว จิตใจที่บอบช้ำมานานของNoeinได้ตัดสินใจที่จะรวมทุกมิติเวลาที่แสนเศร้าให้กลายเป็นอนาคตที่ดำเนินอยู่บนเส้นเดียว โดยใช้ฮารุกะเป็นเครื่องมือ และท้ายที่สุดผู้ที่เข้ามาปกป้องฮารุกะในมิตินี้ไว้ก็คือ การาสุ อีกหนึ่งตัวตนของโกโต้ยูที่สูญเสียฮารุกะไปเพื่อแลกกับความอยู่รอดของมนุษยชาติในอีกมิติเวลาหนึ่ง... การต่อสู้ชิงตัวฮารุกะนั้นเกิดขึ้นต่อหน้าโกโต้ยูคนปัจจุบันโดยที่เขาไม่อาจทำอะไรเพื่อเธอได้เลย หรืออนาคตที่ต้องสูญเสียฮารุกะไปจะเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงกันนะ?  

    Noein เป็นอนิเมที่ผมตั้งใจดูทุกนาทีทั้ง 24 ตอนครับ...  และมีคำเดียวที่จะมอบให้ก็คือ "สุดยอด"

Darker than Black ออกอากาศครั้งแรกในปี 2007

    เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นพัฒนาการของพลอตเรื่องอนิเมที่ไม่ซ้ำซากจำเจตามสไตล์ BONESSSSS ดีครับ ยิ่งภาคสองยิ่งอึ้งว่าคิดกันไปได้ยังไง ฉากจบแบบนี้ โอโห้ ครีเอท!!!!

Natsume Yuujinchou (夏目友人帳) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2008

   ใช้รูปคุณยายแบบนี้ หลายๆคนอาจจะนึกไม่ค่อยออก เพราะคุณยายเรย์โกะแกไม่ค่อยมีบท (แต่เป็นตัวละครสำคัญ) นัทสึเมะเป็นตัวแทนอนิเมโชโจหนึ่งเดียวในเก้าเรื่อง มีตัวเอกหนุ่มน้อยนามว่านัทสึเมะ ทากาชิ ผู้ที่ต้องตกระกำลำบากเพราะความสามารถที่ตัวเองไม่ได้ต้องการ และสมุดบันทึกที่มีอำนาจควบคุมเหล่าภูตผี มรดกจากคุณยายผู้มีชื่อเสียงกว้างขวางในหมู่โยวไค แต่ไร้คนจดจำในฐานะมนุษย์  โชคดีในความโชคร้ายที่เจ้าตัวดันไปปลดผนึกโยวไคชั้นสูงอย่างมาดาระที่สถิตอยู่ในร่างแมวกวักนานเสียจนเกือบลืมจริตตัวเองว่าเป็นโยวไค แล้วทั้งคู่ที่ทำสัญญาแลกเปลี่ยนกันโดยใช้สมุดบันทึกเป็นเงื่อนไข ก็ได้พบเจอกับเหล่าโยวไคเจ้าปัญหามากมาย

   เขียนเรื่องย่อซะเหมือนอนิเมเฮฮาแต่จริงๆไม่ใช่นะครับ...   มันเป็นอนิเมดราม่าคนกับผีตะหาก สำหรับผมแล้วตอนที่ชอบที่สุดก็คงเป็นโฮตารุ โยวไคหิ่งห้อยที่ละทิ้งชีวิตในฐานะโยวไคกลับสู่ร่างดั้งเดิมเพื่อปรากฎตัวให้คนที่เธอรักได้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายนั่นแหละครับ  ส่วนของs2 ก็คงเป็นตอนเจ้าที่ที่กลายเป็นปิศาจเพราะมนุษย์ ดูแล้วมันปวดใจดี บางตอนก็ดูแล้วอบอุ่นตามสไตล์อนิเมผีฮีลลิ่ง

Haibane Renmei (灰羽連盟) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2002

   อนิเมไม่กี่เรื่องที่มีโอกาสได้ดูสมัยที่ยังยุ่งๆอยู่ ผลงานของอ.อาเบะถัดจาก Niea_7 ก็เป็นเรื่องนี้นี่แหละครับ โลกของไฮบาเนะตามท้องเรื่องนั้นอิงจากบ้านนอกของยุโรปในช่วงสองสามร้อยปีก่อนที่ยังใช้แสงสว่างจากไฟตะเกียงในยามค่ำคืน บรรยากาศแบบเก่าๆที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย อยู่อย่างพอกินพอใช้ สุขสบายกับสิ่งที่มี ราวกับเป็นสรวงสวรรค์ของเหล่าไฮบาเนะ ผู้มีปีกสีเทาหม่นและวงแหวนเรืองรองลอยอยู่เหนือศีรษะ  แต่แล้ววันหนึ่งตัวเอกของเราก็พบว่า ที่นี่...ไม่ใช่สวรรค์ ถึงจะน่าเสียดายอยู่นิดที่หยิบมาดูใหม่แล้วรู้สึกว่างานภาพมันไม่ได้ประทับใจเหมือนกับครั้งแรกที่ดูแล้ว แต่ในแง่ของเนื้อเรื่องและเพลงประกอบนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังคงความงดงามและไพเราะไว้เหมือนกับครั้งแรกที่ได้ชม

Kyouran Kazoku Nikki (狂乱家族日記) ออกอากาศครั้งแรกในปี 2008

   อนิเมตลกจริงๆเพียงเรื่องเดียวใน 9 เรื่อง ที่ได้เข้ากลุ่มนี้ก็เพราะความรัวและต่อเนื่องของมุกที่ไม่ฝืด ความสามารถในการพากย์ขั้นเทพของฟุจิมุระอายูมิ ผู้ให้เสียงคุณแม่เคียวกะ ตัวเอกของเรื่องที่เป็นหัวหน้าครอบครัวสุขสันต์ที่รวมเอาเหล่าผู้สืบสายเลือดจอมมารที่ทำลายล้างโลกทั้ง7(คน+ตัว)ไว้ด้วยกัน ความสนุกลุ้นระทึกน่าติดตามในตอนยาวที่ทำเอาอยากจะดูต่อไปเรื่อยๆไม่อยากให้จบเอาซะเลย  น่าเสียดายที่อนิเมหมดโควต้า 26 ตอนก่อนที่ต้นฉบับจะหมด ทั้งๆที่ยังมีอีกหลายบทที่อยากดูแท้ๆ  เขียนๆไปก็ชักเกิดอาการอยากดูต่อขึ้นมาอีกแล้ว... ให้ตายสิ  อยากเห็นตอนย้อนความยมทูตลำดับสองกับยัยฮิรัทสึกะ ไรโชวเป็นอนิเมจัง....

 

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ps.หมอนข้างหนักมาก

Comment

Comment:

Tweet

นึกออกละ ยัยจิ้งจอกสองหาง ลูกน้องฟุจิฮิเมะสินะ
จริงๆไม่รู้เรื่องก็ไม่แปลกเท่าไหร่ครับ เพราะทางนี้ก็ดูซ้ำอยู่หลายรอบในบางตอน อีกทั้งผลงานถัดมาอย่างโทวกะ เกททัน ที่ได้เป็นอนิเม ก็งงยิ่งกว่าเสียอีก(ต้องดูครบ 26 ตอนตามลำดับการฉายจากหลังไปหน้าถึงจะซึ้ง) คิดว่าคงเป็นที่การนำเสนอแบบพิลึกๆแต่น่าติดตามของคนเขียนบทนั่นแหละ

#5 By bekung on 2010-09-12 19:48

เคยดูจนจบ 2 เรื่องคือ Yami to Boushi กับ
Honey&Clover เรื่องแรกดูเพราะถูกใจลายเส้นตัวละคร
ตัวนึงโดยแท้รู้สึกจะเป็นจิ้งจอกสองหางชื่อเมยหลิงหรือยังไงนี้ละ เป็นอนิเมเรื่องแรกๆเลยที่โหลดมาดูสมัยยัง
Fresh @_@ จำได้ว่างงกับเนื้อเรื่องมากว่ามันเป็นมายังไงแม้ว่าจะดูจนถึงตอนจบ... = =;

ส่วนเรื่องหลังดูแล้วรู้สึกเหมือนกันเลยว่าเนื้อเรื่องทำได้ดีมากตั้งแต่ต้นยังจบทุกอย่างมีเหตุมีผลแม้มันจะมีส่วนเว่อๆอยู่บ้างแต่ตอนจบทำได้ดีจริงๆ ซึ้งน้ำตาแทบไหล ; ;

และมีสองเรื่องที่เคยได้ยินเคยเห็นภาพและเคยคิดจะดู
แต่ไม่มีโอกาศดูสักทีคือ Shigofumi กับ Kyouran Kazoku Nikki

#4 By Huntz on 2010-09-11 04:50

เห็นเป็นอย่างนั้นจริงๆเรอะ

#3 By bekung on 2010-09-03 10:32

เรื่องดังๆระดับลักกี้ สตาร์กันทั้งนั้น ทำไมคนตอบไม่มีเลยหว่า งง

#2 By Der Kaiser on 2010-09-03 10:14

เจ้าของบล็อกลืม Fresh Pretty Cure ไปเรื่องนะครับ มาช่วยเตือนความจำให้ฮะ

#1 By Der Kaiser on 2010-08-31 01:42

Recommend