เริ่มมาก็คงต้องสวัสดีปีใหม่มิตรรักแฟนบล๊อกที่ยังไม่หนีกันไปไหนหลังจากที่ดองยาวซะร่วมเดือน ในที่สุดก็ได้กลับมายังพระนครเสียที หลังจากที่ไปติดเกาะเสียนานหลายเดือน พอเคลียร์ธุระปะปังสารพัดได้ก็ตะบี้ตะบันดูอนิเมที่ดองไว้จนหมด ถึงได้โผล่มาอัพนี่แหละครับ
 
  เริ่มปีใหม่อนิเมใหม่ๆน่าสนใจหลายเรื่องก็เริ่มทยอยกันเปิดตัว  ทั้งโปรเจคยักษ์ใหญ่รวมพลโคตรstaffตั้งแต่คนเขียนยันคนแต่งเพลงอย่างมาโดกะสาวน้อยเวทย์มนต์ ไปจนถึงอนิเมที่มาช้าไปถึง 14 ปี อย่าง Level E  แต่ตามประเพณีบล๊อกนี้เราไม่ค่อยได้รีวิวอนิเมใหม่ที่เพิ่งฉายตอนแรกกันเสียเท่าไหร่ จะมีก็แต่ รีวิวกลาง season ไม่ก็จบ season  ครั้งนี้ก็เหมือนเดิมครับ(แล้วจะพูดทำไม)
 
  แต่ที่พิเศษก็คือ รอบนี้ดูจบไปรวดเดียวถึง 4 เรื่องด้วยกัน แถมดูแล้วเกิดอาการคัน(มือ)อยากพิมพ์อยากรีวิวทั้ง 4 เรื่องอีกตะหาก ดังนั้น ! ไปดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
 
เรื่องแรก Katanagatari  (刀語)
 
 
   ในที่สุดการเดินทางตลอดระยะเวลา 12 เดือน ของสองตัวเอก ชิจิกะ และ โทกาเมะ ก็มาถึงจุดสิ้นสุด ความลับอันร้ายกาจที่โทกาเมะเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ก็ได้เปิดเผยออกมาในวาระสุดท้ายของตัวเธอ เมื่อความรู้สึกที่มีให้กันนั้นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานเพื่อการชำระแค้น  การกระทำทุกอย่างเป็นสิ่งที่ถูกคำนวณไว้แล้ว และความรู้สึกของชิจิกะ ก็เป็นเพียงตัวหมากที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจควบคุม  แต่ถึงกระนั้นเธอกลับรู้สึกดีใจ ที่ตัวเองต้องพบกับจุดจบทั้งๆที่ยังไม่ถึงปลายทาง เพราะว่าจะได้ไม่ต้องลงมือสังหารชิจิกะด้วยตนเองตามแผนที่วางไว้ แต่พระเอกที่แสนจะบื้อมาทั้งเรื่องของเรากลับบอกว่า ถ้าโทกาเมะบอกให้เขาตาย เขาก็จะยอมตายให้เพื่อเธออยู่แล้ว โทกาเมะที่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเมื่อสายก็ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ให้กับชิจิกะ
  สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าไคลแมกซ์ของตอนสุดท้ายนั้น อยู่ที่ฉากแอคชั่นตอนถล่มนักสู้ผู้ครองสุดยอดดาบทั้งสิบสองเล่มตามลำดับตะหาก แต่ผมมองว่าเนื้อเรื่องระหว่างสองคนนี้มันมาขมวดแล้วก็คลายปมตรงที่บอกไว้ข้างบน มันอธิบายความตันๆของตัวละครที่มีมาตอนต้นเรื่องได้หมดเลย ตอนแรกสุดที่ได้ดูนี่ผมแทบจะดรอปไปแล้วด้วยซ้ำเพราะความเป็นอนิเมที่มีอัตราส่วน พูด 45นาที สู้2นาที  เรียกว่าถ้าจะหวังฉากแอคชั่นถือดาบวิเศษมาฟันกันนี่ ไปดูเรื่องอื่นเถอะครับ แต่พอมาสักสองสามตอนถึงได้เริ่มชินกับวิธีการเล่าเรื่องที่ทำให้คนดูรู้จักเจ้าของดาบ/ดาบ/ตัวละคร แล้วค่อยนำไปสู่การวางแผนอันแยบยลบ้างไม่แยบยลบ้างของโทกาเมะมากกว่าที่จะมาskipดูฉากบู๊  ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างจากความคาดหวังมากโขอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจไว้ว่าถ้ารีวิวเรื่องนี้ต้องพูดถึง นั่นก็คือ นานามิ ตัวละครสุดโกงที่จะไม่มีวันแพ้ใครนอกจากชิจิกะ น้องชายสุดที่รักของตนเอง ตอนดูจบนี่ถึงกับน้ำตาไหลเลยทีเดียว  อยากเห็นสปินออฟบทนานามิปะทะแม่ของซาบิฮาคุเอย์จัง
 
เรื่องที่สอง Shiki (屍鬼)
 
 
   ที่จริงก็รีวิวเรื่องนี้ไปแล้ว แต่เนื้อหาในช่วงตอนจบมันเหมือนเป็นอนิเมคนละเรื่องกันเลย กลายเป็นสงครามย่อยๆระหว่างคนกับชิกิ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วหมู่บ้านโซโตบะ ซากศพกองพะเนิน ไฟลุกโหมกระหน่ำ ล้างบางตัวละคร อะไรเทือกนี้
   คอมเมนต์สั้นๆครับ   "หากชิกิไม่มีสิทธิ์ย่ำยีมนุษย์  แล้วมนุษย์มีสิทธิ์ย่ำยีชิกิหรือ"  การดำรงชีวิตโดยไม่เบียดเบียนกันมันช่างเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ ไว้อาลัยให้กับเมกุมิ ตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องด้วยครับ นอกจากจะตายตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ยังตายอนาถในตอนสุดท้ายอีก เพียงแค่ คิดต่าง เอ๊ย เผ่าพันธุ์ต่าง
 
เรื่องที่สาม Legend of legendary Heroes  (伝説の勇者の伝説)
 
 
   เรื่องนี้ผมเห็นชื่อตอนแรกนึกว่าเป็นอนิเมตลก เพราะตั้งชื่อมาได้ "ตำนานผู้กล้า แห่งตำนาน" จะเน้นตำนานอะไรขนาดนั้น นึกว่าจะออกแนวประชดRPGโบราณอะไรแบบนั้น แต่พอดูแล้วก็ตลกจริงๆ ตอนแรกเนี่ย เอาไปเก็บเถอะครับ ถ้าฉายก่อนนี้สักสิบยี่สิบปีเนี่ย คงสุดยอดไปเลย (ตอนแรกนะ)
   พอย้อนความกลับไปสมัยพระเอกยังเรียนในโรงเรียนทหารแล้วคนรักเก่าสมัยเรียนดันเป็นสปายของอีกประเทศแฝงตัวมา เนื้อเรื่องถึงได้เพิ่มความน่าสนใจมาอีกนิด ฉากให้คำสัญญากับเพื่อนในวัยหนุ่มก็ประทับใจดี ดูมีไฟ มีกำลัง พลังของวัยหนุ่มที่ฝันอยากเป็นนู่นเป็นนี่  แต่จุดเปลี่ยนของเรื่องก็มาถึงเมื่อบักไลเนอร์โดนพลังด้านมืดในตำนานเข้าครอบงำจนฆ่าไม่เลี้ยงทั้งศัตรูและฝ่ายเดียวกัน เท่านั้นแหละ...
   สนุก  เลยครับ
   ไม่ได้สนุกตรงเลือดท่วมอะไรหรอกนะ แต่สนุกตรงปมในใจของไลเนอร์ที่คิดว่าตัวเองจะไม่ไมีวันได้พบกับมิตรภาพที่แท้จริง เนื้อเรื่องเริ่มเดินไปแบบความฝันเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง แล้วก็ถูกทำลายทิ้งด้วยอัลฟ่าสติ๊กม่า ตราบาปในดวงตาที่ไลเนอร์แบกรับไว้ ทุกอย่างค่อยๆตอกย้ำความสิ้นหวังที่มีต่อโลกของไลเนอร์  จนกระทั่งคนสุดท้ายที่คิดว่าเป็นเพื่อนแท้ที่มอบสัตย์สัญญากันไว้ในวันวาน กลับทำกันเหมือนตัวเองเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ต่างออกไป เนื้อเรื่องช่วงนี้ชวนสิ้นหวังมากครับ ดูๆไปก็คล้ายชิกิในบางแง่นะเนี่ย
   ตอนจบนั้นจบไม่เคลียร์เอาซะเลย ทำท่าเหมือนจะมีภาคต่อแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ต่อรึเปล่าเพราะทั้งยอดขายและเรตติ้งตอนฉายก็ต่ำเตี้ยติดดินเป็นสถิติใหม่ ส่วนยอดขายเกมนี่ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า เฟริสเทพมากๆ
   ตัวอนิเมถึงแม้จะออกมาเล็งขายสาวๆ(เหมือนชิกิ) ก็ไม่ได้แปลว่าชายจะดูไม่ได้หรอกนะ จริงๆถ้าไม่ไปจิ้นตามแบบ ดูสายตาหวานซึ้งที่มันมองกันและกันสิ อะไรแบบนี้ ก็ไม่น่าเป็นห่วงครับ ไม่Yครับ ถ้าแค่นี้Y เบอร์เซิร์กที่คนอ่านกันทั่วบ้านทั่วเมืองก็Yเหมือนกัน  แค่หนุ่มหล่อเรื่องนี้มัน(มีให้จิ้น)เยอะ เท่านั้นเอง
 
เรื่องสุดท้าย  Tantei Opera Milky Holmes (探偵オペラ ミルキィホームズ)
 
 
    Blue > Green = Pink >>>>>>>>>>>*>>>>>>>>>>>>Yellow
 (ขอบอกว่าเกินคาดมากกว่าเรื่องอื่นๆในseasonเดียวกันจริงๆ ดังนั้นเจอกันแน่นอนกับ Full Review เร็วๆนี้)
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
PS. รออ่านเต็มๆดีกว่าเนอะ เขียนแล้วเขียนอีกเดี๋ยวมุกซ้ำ
 

Comment

Comment:

Tweet

ภาพประกอบขอรูปใหญ่ๆหน่อยบี้

#4 By Jammaster X on 2011-01-20 13:48

ไอ้เรื่องสุดท้ายนี่อะไรนะ!?
น่ารักเป็นบ้า
รออ่านรีวิว

#3 By mayWz on 2011-01-20 06:52

ชิกินี่จบทั้งน้ำตา (น้ำตาผมนี่แหละ)

ต่างคนต่างทำเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่

#2 By พีสิบสาม on 2011-01-20 01:50

ก่อนจะรีวิวเต็มๆ ฝากคนเขียนช่วยเเก้ให้กระจ่างด้วยนะครับว่า มิลกี้โฮมเป็นญาติฝ่ายไหนของมิลกี้โรส

เพราะถ้าไม่เข้าใจคอนเซปนี้ อาจไม่เข้าใจทั้งเรื่อง

#1 By Der Kaiser on 2011-01-20 01:50

Recommend