กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์รายสามเดือน(ที่เพิ่งจะเขียนเป็นรอบที่สอง)  สำหรับคนที่กำลังคิดว่าเจ้าของบล๊อกมันจะดองโปรเจ็ค Ar=Ciel Ar=Dor ซะแล้วนั้นขอบอกว่าเนื่องจากแปลไม่ทันเพราะศัพท์แสงมันหรูมาก จึงไม่สามารถลงต่อเนื่องได้อย่างที่คิด  ระหว่างที่รอ(ใครรอ?) ก็ขอลงรีวิวอนิเมตามกระแสประจำซีซั่นนี้คั่นเวลาไปก่อน
 
  หลังจากเหี่ยวแห้งไปเพราะซีซั่นก่อนมีอนิเมใหม่เข้าตาเพียงสองเรื่อง ก็เวียนมาถึงเดือน 4 เดือนเริ่มต้นของซีซั่นฤดูใบไม้ผลิ 2011 ที่ว่ากันว่าแค่ซีซั่นเดียวก็สุดยอดพอกันกับปีทองอย่างปี 2008 ที่มี GurenLagann ,Toradora!,Darker Than Black, Kyouran Kazoku Nikki, Shigofumi, Natsume Yuujinchou, GaRei zero, Casshern Sins,True tears และอื่นๆอีกมากมายที่ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงจนปัจจุบัน
   หลายคนที่ไม่ได้ตามข่าวอนิเมเป็นซีซั่นอาจจะคิดว่าคำกล่าวข้างบนมันเกินไปเพราะซีซั่นนี้ดูแต่นิจิโจว(เคียวอนิ รับประกันแต่คุณภาพ ไม่รับประกันความขำ) ครั้นจะให้ผมยกมาลอยๆว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้มันเจ๋งกว่า ก็คงจะไม่อยากฟังเท่าไหร่ แต่ด้วยสถิติเริ่มดูสิบ ดูจบสองจากซีซั่นก่อนๆแล้ว ต้องบอกว่าซีซั่นนี้ทำได้เกินค่าเฉลี่ยไปไกล เพราะที่เริ่มดูมาเกือบสิบเรื่อง ยังดรอปไปแค่ 1 และดองอีก 1 ที่เหลือนั้นก็ล้วนติดตามกันแบบรายสัปดาห์ รายวันฉายเลยทีเดียว สำหรับเรื่องที่ตามติดอยู่นั้นทั้งหมดมี 7 เรื่อง แต่จะยกมาพูดถึงแค่ 6 เพราะอีกเรื่องนั้นเป็นภาคต่อเลยไม่ขอนับว่าเป็นอนิเมใหม่ครับ
 
เรื่องแรก TIGER & BUNNY
 
   เต็งหนึ่งของอนิเมประจำซีซั่นนี้ เป็นออริอนิเมเรื่องใหม่ของซันไรส์ ที่จับเอาเหล่าฮีโร่ผู้มีพลังพิเศษมารวมกับรายการเรียลลิตี้ขายโฆษณา เปลี่ยนฮีโร่ธรรมดาให้กลายเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสันติสุขของทุกคน(และเรทติ้ง) ทว่าพี่เสือฮีโร่เก๋าวงการกลับโดนเลย์ออฟตั้งแต่ตอนแรกเพราะบริษัทโดนเทคโอเวอร์เลยต้องจับพลัดจับผลูให้โดนไปทำงานเป็นคู่หูกับฮีโร่หน้าใหม่อย่างบาร์นาบี้ ผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮีโร่เพราะอดีตอันฝังใจ
    อีกครั้งที่การประชันกันของเจตคติในแง่ความยุติธรรมของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ถูกนำเสนออีกครั้งในรูปแบบอนิเมฮีโร่ ที่นับวันจะใกล้ชิดกับคนธรรมดามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้มีแต่ความยุติธรรมของฉัน ความยุติธรรมของนาย แต่ยังมีภาระหน้าที่ในชีวิตจริงที่ต้องแบกรับ มีครอบครัวให้เลี้ยงดู  มีปัญหาชีวิตตัวเองที่แก้ไม่ตก ความลึกในส่วนดราม่าที่ขับให้ฉากแอคชั่นดูมีพลังเพราะความรู้สึกร่วมของคนดู ที่ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จของฮีโร่สมัยใหม่ แต่ก็เป็นไปได้ยากหากขาดการวางบทและตัวละครที่เหมาะสม แม้พลังความสามารถพิเศษใดๆในเรื่องจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเรื่องจืดลงเลย เพราะข้อจำกัดที่ว่าซะอีก ที่กลับทำให้เรื่องสนุกกว่าหนังฮีโร่ชนโรงหลายๆเรื่องที่ได้ดู  อนึ่ง ยอดขายและความนิยมที่พุ่งกระฉูด ส่วนหนึ่งนั้นมาจากแฟนคลับที่เป็นสาวๆ ยิ่งถ้าเป็นช่วงนี้ (ตอน11+) ก็จะเป็นช่วง กรี๊ดดดด อีวานคุง~ (ปกติจะเป็นพี่เสือและบาร์นาบี้)
 
เรื่องที่สอง Steins;Gate
 
    อนิเมจากเกมเทพของNitro+ ที่ทำอนิเมทีไรก็เจ๊งระเบิดเถิดเทิง ถ้าไม่นับมาโดกะที่ใช้คนเขียนบทของไนโตรพลัสแล้วก็เห็นจะมีเรื่องนี้นี่แหละที่ขายออก สาเหตุน่าจะเป็นเพราะมุกเฉพาะกลุ่มบนอินเตอร์เน็ตที่ดันเข้าใจกันหมดซะอย่างงั้นด้วยกระมัง
    อันชื่อเรื่องนั้นมาจากการเอาภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษมามั่วกันตามเจตจำนงของตัวเอกที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงคนบ้าและให้เสียงโดยมิยาโนะมาโมรุ(CVคนเดียวกับทาคุโตะแห่งStarDriverและเซทสึนะแห่งGundam00) ไม่เพียงเท่านั้นในฉบับอนิเมยังมี "ตุ๊ดตู่รู๊~~"วลีท่อนพิเศษที่ครีเอทโดยตัวละครแนวฮานาซาวะอย่างมายุชชี่ (กรุณานึกภาพนักพากย์สาวตัวเล็กๆยื่นกำปั้นบนเวทีพูดวลีที่ว่า แล้วมีเสียงเหล่าโอตาคุเอ๊คโค่เป็นระลอก) ทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นทวีคูณ
    ลีลาในการนำเสนอและโทนภาพฟุ้งๆสีซีเปียนั้นไม่ชวนคิดให้ขายได้เลยแม้แต่น้อย ผู้ชมหลายท่านที่ไม่รู้จักมาก่อนต่างก็บ่นกันระงมว่ามันมีอะไรดีนอกจากนักพากย์ สิ่งนั้นมันก็คือพล๊อตเรื่องยังไงล่ะ พล๊อตเรื่องน่ะ! ให้ผมเล่าเองในนี้ก็คงไม่สนุก กรุณาไปดูและซึมซับด้วยตัวเองดีกว่า เพราะความสนุกสนานที่เจ้าของบล๊อกได้จากเรื่องนี้คือการได้เห็นคุริสึแสดงอาการหวาดกลัวไอ้บ้าโฮโออิน(พระเอก) << แล้วมันเกี่ยวกับพล๊อตเรื่องตรงไหน
    สิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกคือ ตอนหน้า สนุกแน่ครับ(จริงๆนะ)
 
เรื่องที่สาม C The Money of Soul and Possibility Control
 
    จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเอาอนาคตมารูดเป็นเงินสดใช้ได้ทันที คิมิมาโระนักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ใช้เวลาว่างที่มีทั้งหมดไปกับการทำงานพิเศษ (แต่กลับไม่มีเงินเก็บ) จนกระทั่งวันที่เขาได้บัตรของธนาคารไมดาสมาจากชายลึกลับ ยอดเงินหลักหมื่นในบัญชีก็พุ่งขึ้นเป็นแสนเป็นล้าน ทว่าเงินที่กดออกมากลับกลายเป็นธนบัตรสีดำในสายตาคิมิมาโระ ในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนี้ เงินลึกลับที่ไร้ที่มาก็กำลังกระจายออกไปทั่วโลกด้วยน้ำมือผู้ถือครองบัตรที่ใช้จ่ายเงินด้วยจุดประสงค์ต่างๆของตน ทั้งที่รู้และไม่รู้ ว่าเงินนี้คือมูลค่าของอนาคตที่ตนเองจะได้ครอบครอง
    อนิเมเริ่มต้นจากการไม่เล่าอะไรเลยจนคิดว่ามันเป็นอนิเมต่อสู้ในโลกเสมือนแบบดิจิมอน  แต่กลับเรียกมันว่าดีล ซึ่งก็คือการใช้ทรัพย์สินของแต่ละฝ่ายมาต่อสู้กันให้เกิดผลแพ้ชนะกันไปข้าง ผู้แพ้ก็จะโดนริบทรัพย์(มูลค่าของอนาคต)ตามจำนวนสัดส่วนที่แพ้เท่าไหร่ก็ว่าไป ส่วนผู้ชนะก็จะได้รับทรัพย์จากการช่วงชิงอนาคตของผู้แพ้
ตัวเอกของเรา เล่นตามเกมไปสักพักก็เริ่มรู้ว่า อนาคตที่ว่านั้นคืออนาคตจริงๆ ที่เป็นรูปเป็นร่างได้ด้วยเงินสีดำ เมื่อทรัพย์สินเปลี่ยนมือ อนาคตของผู้แพ้ก็เช่นเดียวกันที่ต้องสูญสลายกลายเป็นเงินในบัญชีให้แก่ผู้ชนะ
    ยอมรับจริงๆว่าไม่สามารถเล่าเรื่องมันได้เลยโดยไม่สปอยล์ ข้อมูลที่ว่ามานั้นกว่าจะปะติดปะต่อกันได้ก็กินเวลาไปราวๆสามสี่ตอนของอนิเม  สิ่งที่น่าสนใจจริงๆก็คืออำนาจที่ได้จากเงินตราในโลกเสมือนที่คราวนี้ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลกทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต คิดว่าผู้ครอบครองของแบบนั้นได้จะเอามันไปทำอะไรกันล่ะ? 
 
เรื่องที่สี่ Yondemasuyo ,Azazel-san (よんでますよ、アザゼルさん。)
 
    อนิเมฮาบ้าบอคอแตกไร้สาระความยาวตอนละสิบนาที หนึ่งเดียวในหกเรื่องที่ยกมารอบนี้ เกริ่นเรื่องด้วย สำนักงานนักสืบที่ใช้ปิศาจในการสืบคดีและสาวมหาลัยฯที่รับจ๊อบผู้ช่วยนักสืบโดยไม่ได้รู้เรื่องปิศาจอะไรกะเขาเลยจนกระทั่งโดนเจ้าของสำนักงานยัดเยียดหนังสือให้ทำสัญญากับอาซาเซล ปิศาจสุดชั่วร้ายจากนรก
    ที่จริงสำนักงานนี้ก็ไม่ได้สืบคดีกันเป็นหลักหรอก ออกจะเน้นเล่นมุกสกปรก เสื่อมทราม ใต้สะดือ กันทุกตอนซะมากกว่า แถมในเรื่องเองก็มีซาคุมะ(CV: Satou Rina,บิริบิริ) เป็นสาวมหาลัยฯให้เซคุฮาระอยู่คนเดียว คงไม่ต้องบอกว่าถ้าเบื่อมุกลามกแล้วมันจะต้องเล่นอะไรที่ถ่อยกว่านั้นแน่ๆ (มันกล้าเล่นจริงๆ แถมเอาคามิยะที่ปกติพากย์แต่ตัวหล่อๆ ไปพากย์ตัวซกมกที่สุดในเรื่องอีกตะหาก) 
    +10 ถ้าอยากเห็นคามิยะฮิโรชิพากย์บทเสื่อม (เบลเซบับ เจ้าชายโลกปิศาจ)
    +10 สำหรับบทเพี้ยนๆแบบถึงเนื้อถึงตัวของโคบายาชิ ยู
    +20 สำหรับภาคโรงเรียนหัวพังค์และซาคุมะคอสเพลย์
 
เรื่องที่ห้า Denpa Onna to Seishun Otoko (電波女と青春男)
 
   เดนปะอนนะไม่ใช่เรื่องที่คิดจะดูแต่แรกครับ สถานการณ์จึงต่างจากเรื่องอื่นเยอะ ตรงมาเริ่มดูจริงจังทีหลัง
 ถ้านับเรื่องนี้เป็นอนิเมฮาเร็ม คงเป็นฮาเร็มที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะสมาชิกแต่ละคนล้วนเป็นปัญหาสังคม
 ไม่นับเรื่องนี้เข้าข่ายอนิเมตลก เพราะเจ้าของบล๊อกมองว่ามันเป็นตลกกลบเกลือน ต่างจากอาซาเซลที่จงใจปล่อยมุกถ่อย แต่เดนปะอนนะจะเน้นเอาความบ้าเข้ากลบดราม่า
   เอริโอ้ - เด็กสาวผู้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เธออาศัยอยู่ในฟูกตลอดเวลาตั้งแต่วันนั้นที่เธอกลับมาจากอวกาศ(?)
   มาเอคาวะ - เพื่อนร่วมชั้นตัวสูงร่างกายอ่อนแอ ชอบคอสเพลย์เดินไปมาในเวลากลางคืน
   ริวชิ - ...Pretentious
   เมเมะ - คุณแม่ยังโสด อายุ40 ปี
   ยาชิโระ - เอสเปอร์มนุษย์อวกาศหนีออกจากบ้าน  
  ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าเรื่องราวที่อธิบายไม่ได้นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่จากที่โดนสปอยล์ฉากจบของแต่ละคนในความฝันของพระเอกมานั้น แทบจะไม่มีสิงที่เรียกว่าปาฎิหารย์เกิดขึ้นเลย แม้ว่าโทนเรื่องจะเป็นแบบตามหาสิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่ท้ายสุดกลับพูดถึงแต่เรื่องของอนาคต ความหวัง และความเป็นจริง
   *ไม่เหมาะสำหรับคนหัวใจอ่อนแอ เพราะเอริโอ้...น่ารักมาก..HNNNNNNNNNGGGGGH*
 
เรื่องสุดท้าย Anohana (あの日見た花の名前を僕達はまだ知らない。)
 
   อาโนะฮานะเป็นชื่อย่อของอนิเมชื่อสุดยาว เนื้อหาอนิเมในตอนแรกนั้นเปิดตัวได้แรงกว่าใครๆในซีซั่น แต่ด้วยหนทางการดำเนินเรื่องที่ผิดไปจากที่คิด ไม่รู้ว่าเพราะอยากจะลองอะไรใหม่หรือยังไง จึงทำให้ความน่าติดตามในฐานะอนิเมแนวมิตรภาพวัยเด็กลดลงพอสมควร เรื่องที่นับว่าสนุกได้บ้างก็คือพฤติกรรมอันเลวร้ายได้แบบสุดกู่ของตัวละครบางตัวที่ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะเสียเพราะมัน ไปๆมาๆ กลับเป็นตัวละครที่ดึงเรื่องเข้ามาสู่ทางที่ควรจะเป็นได้ซะนี่
   แม้ว่าจะเป็นงานจากทีมโทระโดระที่โด่งดัง แต่ดูเหมือนระยะเวลา 11 ตอนจะน้อยเกินไปที่จะสื่ออะไรๆที่ค้างคาได้หมดเหมือนกับตอนที่ทำโทระโดระ ท้ายสุดก็เหลือแต่ตอนจบนี่แหละที่จะตัดสินว่าควรจะรีวิวดีมั๊ย
 
*ไม่เหมาะสำหรับคนหัวใจอ่อนแอ เพราะเมนมะ..น่ารักมาก..HNNNNNNNNNGGGGGH*
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปล. ไม่นับสองเรื่องบนที่24ตอน คงเขียน 1 ใน 4 เรื่องล่างนี้ล่ะครับ
ปล2. โอฮานะนี่ก็ว่าจะดูต่อ แต่ยังไม่ได้ต่อสักทีก็เลยไม่ได้เขียน ส่วนภาคต่อที่พูดถึงก็คือ ไคจิ2ครับ

Comment

Comment:

Tweet

กำลังหาอะไรดูพอดีเลยค่ะ

#5 By [ Sai ];charot on 2011-07-07 01:25

Steins;Gate ผมยกให้เป็น Anime of The year!!

#4 By I Love Kyubey on 2011-06-21 20:14

นี่สิถึงจะเหมาะกับบล็อกบี้ๆ มีเเต่เรื่องของอนิเมระดับกระเเสทั้งนั้นเลย เเบบนี้เเหละถึงจะเหมาะสมกับฉายา "บล็อกเเห่งกระเเส" ที่ไม่มีใครเกินกว่า


#3 By Der Kaiser on 2011-06-21 00:35

บี้ชอบดูวายไทเกอร์กับไบบันนี่สินะ

#2 By Jammaster X on 2011-06-21 00:33

โอ๊ะ บี้ตุงอัพบล็อก

#1 By HellHound on 2011-06-20 18:09

Recommend