[Review] Steins;Gate

posted on 28 Jul 2011 01:20 by bekung in anime
 
   เพื่อเป็นการแก้ตัวจากรีวิวเอริโอ้ที่เผลอปลดปล่อยจิตสังหารลงในงานเขียนมากไปหน่อย คราวนี้ก็จะบรรจงเขียนให้ดีๆและเข้าใจได้ในสำนวนแบบเป็นกลาง และอาจจะช่วยตอบคำถามคาใจของคนที่คิดจะดูแต่ยังลังเลให้ตัดสินใจได้สักที เริ่มกันเลยดีกว่าครับ
 
    สไตน์เกทโปรเจคต่อเนื่องจากคาออสเฮดของค่ายไนโตรพลัสที่ทำอนิเมจากเกมค่ายตัวเองทีไรก็ไม่รุ่งเสียที อย่างกับว่าเอารายได้ขายเกมค่ายตัวเองมาถลุงเล่นเสียอย่างนั้น หากผู้อ่านนึกไม่ออกว่ามีอนิเมเรื่องไหนบ้างที่ไนโตรพลัสมีเอี่ยวก็ไม่ต้องห่วงครับ ทางเราได้จัดการลิสต์ชื่อพร้อมคำอธิบายสั้นๆไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
 
 
    Demonbane    อภิมหาสงครามหุ่นโคตรมหาเทพทะลุจักรวาล -เจ๊ง-
    Chaos;HEAD   ไซไฟจริงจัง(เขาว่างั้น) ที่ได้อาจารย์ซามุทมาเป็นคาราดีไซน์ -เจ๊ง-
    Phantom         นักฆ่า ดราม่า ปืน และสาวๆ -เจ๊ง-
    Blasreiter        ไม่ได้ดูสักตอนไม่รู้จะพูดยังไง -เจ๊ง-
    Togainu no Chi ไม่ได้ดูแต่รู้ว่ามาจากเกมอย่าโอ้ยแถมdvdยังโดนยกเลิกผลิตเพราะยอดห่วย -โคตร เจ๊ง-
    Madoka Magica   เมื่ออุโรบุจิเขียนบทแล้วให้อ.อุเมะออกแบบตัวละคร  -โคตร รุ่ง-
    Fate/Zero           เมื่ออุโรบุจิเขียนบทเฟทแล้วให้ทีมรัคเคียวทำอนิเม   -มันไม่เจ๊งหรอก-
 
    สไตน์เกทนี่เป็นเรื่องแรกในค่ายที่เป็นอนิเมแล้วไม่เจ๊งครับ แถมขายดีซะด้วย อาจจะไม่เท่ามาโดกะหรือเฟทซีโร่(ที่ยังไม่ออก) ซึ่งสองชื่อหลังนั้นก็ไม่อยากนับเท่าไหร่เพราะมันมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวเยอะตรงที่มันไม่ได้มีที่มาเหมือนกันกับพวกชื่อดำที่เจ๊งไป 5 เรื่องข้างบน จึงเป็นเรื่องน่ายินดีว่าในที่สุดก็ขายได้ซะที
 
    ลายเส้นต้นฉบับจากเกมภาคXbox360ที่ออกในปี 2009 นั้นเป็นลายเส้นของ Huke ที่ทุกคนรู้จักจากผลงานสร้างชื่ออย่างBlack Rock Shooter ที่ลายเส้นและการใช้สีไม่เอื้อกับการเป็นอนิเมสักเท่าไหร่ ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคแรกที่ทำให้คิดว่าอนิเมทำมาก็คงแป๊กเพราะเส้นสู้ต้นฉบับไม่ได้ (ดีไซน์ต้นฉบับกับดีไซน์อนิเมไปคนละทางก็เป็นสาเหตุให้อนิเมบางเรื่องเจ๊งอนาถตั้งแต่ยังไม่ฉายนะ) แต่เมื่อ BRS เจ้าของลายเส้นเดียวกันได้เป็นอนิเมขึ้นมาเสียก่อนก็พอเห็นทางสว่าง
 
    และถึงแม้ว่าจะเป็นคนละค่ายกับที่รับBRSไปทำ แต่ค่ายwhite fox ที่รับงานอนิเมชั่นโปรดักชั่นของสไตน์เกทเป็นลำดับสองของค่ายถัดจากคาตานะกาตาริ(อนิเมคุณภาพสูงฉายเดือนละตอนที่โดนลิขสิทธิ์ไทยโดยdexเรียบร้อย)ไปนั้นกลับผลิตงานฉายทีวีออกมาได้อลังการอย่างกับทำเดือนละตอน(scheduleดีงานไม่มีเบี้ยว) แม้กระทั่งบรรยากาศทึบๆทึมๆที่ติดอยู่ในลายเส้นต้นฉบับก็ยังกลายเป็นโทนสีบังคับที่ปรากฎอยู่ในทุกฉากของภาคอนิเม ดังนั้นผู้ชมจะไม่ได้เห็นอะไรสีลูกกวาดเลยนอกจากตอนเฟริสเนี๊ยวๆออกโรง
 
   ส่วนของเนื้อเรื่องนั้นเน้นไปที่ทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลาด้วยไทม์แมชชีน และดำเนินเรื่องราวเหล่านั้นอยู่บนฉากหลังอย่างอากิบะศูนย์กลางแห่งความโมเอะ(คืออะไรไปหาอ่านเอาเองนะ)
   โอคาเบะ รินทาโร่ เช่าห้องว่างด้านบนร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้เป็นแลปวิทย์สำหรับสร้างสรรค์อุปกรณ์เพี้ยนๆต่างๆพร้อมกับเพื่อนๆสมาชิกอีกสองคนคือชิอินะ มายูริ และ ฮาชิดะ อิทารุ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
   28 กรกฎาคม 2010  โอคาเบะ รินทาโร่ และมาคิเสะ คุริสึพบกันครั้งแรกในงานสัมมนาเรื่องไทม์แมชชีน ไม่นานก่อนการปรากฎขึ้นของดาวเทียมลึกลับบนอาคาร และการเสียชีวิตของคุริสึในวันเดียวกัน
   วินาทีที่เมลจากมือถือของโอคาเบะที่มีใจความเตือนถึงเหตุร้ายที่เกิดขึ้นถูกส่งออกไป โลกทัศน์รอบตัวของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมืองที่เคยมีผู้คนที่เดินสัญจรไปมาคับคั่งในช่วงเวลากลางวันกลับกลายเป็นหมู่ตึกร้างว่างเปล่า
   และดาวเทียมลึกลับบนยอดอาคารสัมมนาที่เคยตั้งอยู่อย่างเรียบร้อย บัดนี้กลับทะลุเข้าไปในตัวตึกเสียครึ่งหนึ่ง
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  28 กรกฎาคม 2010  โอคาเบะ รินทาโร่ ยังคงเล่นพิเรนทร์อยู่ในแลปแม้จะเป็นเวลาเที่ยงวันเข้าไปแล้ว ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวว่ามีบางสิ่งเปลี่ยนไปจากเดิมจากรายงานข่าวโทรทัศน์ที่พูดถึงดาวเทียมลึกลับ งานสัมมนาที่ถูกยกเลิก สิ่งไม่ชอบมาพากลนี้คืออะไร ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามันเคยเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขามาก่อน 
  เมลที่เขาส่งหาดารุก่อนหน้านี้ กลับปรากฎอยู่บนโทรศัพท์โดยระบุวันรับว่า 23 กรกฎาคม ก่อนหน้ามาคิเสะ คุริสึจะถูกฆาตกรรมถึง 5 วัน
  และคุริสึที่ตายไปต่อหน้าเขาครั้งหนึ่งแล้ว ก็กลับมาปรากฎตัวให้เห็นอีกครั้ง แบบไร้รอยแผล
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
  เป็นความบังเอิญในความบังเอิญที่เงื่อนไขการส่งเมลข้ามเวลาในตอนนั้นได้ครบองค์เป็นครั้งแรก ข้อความจากอนาคตที่เดินทางกลับไปสู่อดีตนั้นได้เปลี่ยนแปลงบางสิ่งจนทำให้การตายของมาคิเสะ คุริสึ ถูกยกเลิก และเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ที่ก้าวเดินไปสู่ยุคมืดของมนุษยชาติ 
  นอกจากการเปลี่ยนแปลงอดีตของมือถือไมโครเวฟ(ชื่อชั่วคราว)ที่เสมือนเป็นการเบี่ยงเบนเส้นเหตุการณ์ไปจากเดิมแล้ว ในช่วงกลางเรื่องยังมีอุปกรณ์อีกชิ้นที่มีความสามารถในการโยกย้ายสติของผู้ใช้ไปสู่อดีตโดยไม่มีผลในการเบี่ยงเบนตำแหน่งเส้นเหตุการณ์ไปจากเดิม(เจ้าของบล๊อกเห็นว่าย้อนแบบนี้มีความหมายเหมือนการซื้อเวลา) การใช้งานเครื่องมือทั้งคู่นี้ยังดำเนินอยู่ในสมมติฐานที่ว่าการเดินทางข้ามเวลาสามารถกระทำได้เพียงการย้อนหลัง เพราะอนาคตนั้นเปลี่ยนแปลงไปทุกวินาทีและทุกการกระทำ
  แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวังนั้น จะกลับคืนมาได้ด้วยวิธีการเช่นใด
  เมื่อการแก้ไขสิ่งผิดพลาดในอดีต กลับทำให้อนาคตตกลงสู่ความมืดมน
  อดีตก็ส่วนอดีต  อนาคตก็ส่วนอนาคต
  ให้อภัยกับทุกสิ่งกันอีกสักครั้งเถอะ
 
(ประโยคหลังจาก Ar ciel Ar dor ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ใช้กับสไตน์เกทแฮะ ฮา) 
 
  สไตน์เกทในฉบับอนิเมนั้นตัดทอนศัพท์เทคนิคและรายละเอียดปลีกย่อยจากเกมไปไม่ใช่น้อย เพื่อให้เนื้อเรื่องกระชับและเข้าใจได้ง่ายขึ้น เจ้าของบล๊อกเคยลองพยายามดูคลิปเล่นสมัยที่ออกฉบับ xbox360 แต่เจอกำแพงคันจิมหาโหดแถมเป็นศัพท์ประหลาดๆที่อ้างทฤษฎีนู่นนี่เต็มไปหมดจึงต้องยอมถอยไปก่อน ไม่คิดว่าจะได้รับชมเป็นฉบับอนิเมเหมือนกัน ที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ถ้าอยากปวดหัวเพิ่ม ให้ลองไปหาภาคเกมมาเล่นกันดูครับ(มีpatch เหมือนคาออสเฮดด้วยนะ) ตอนที่เขียนอยู่นี้เหมือนอนิเมจะเข้าสู่ช่วงติดเทอร์โบทะลวงบทที่เหลือแล้ว (จากที่ใช้เวลาช่วงแรกเดินเรื่องอย่างกับอนิเมกินลมชมอากิบะ ให้แฟนคลับคอยลุ้นว่าตอนหน้ามันจะต้องสนุกแน่ๆอยู่หลายตอน) เนื้อหาที่เป็นของเหล่าตัวประกอบจึงโดนทอนซะเหลือตอนเดียว เพื่อเหลือที่ไว้ให้นางเอกและผู้ร้ายตัวจริง
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนะนำตัวละคร
 
 
ชื่อ : Okabe Rintarou(ชื่อจริง)/Hououin Kyouma(นามแฝง)
CV : Miyano Mamoru   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: ความประทับใจแรกสำหรับโอคารินคือ "ไอ้บ้า" นอกจากจะชอบพูดว่าตัวเองเป็น "Mad Scientist"แล้วยังชอบตะโกนโหวกเหวกไม่เกรงใจใคร เพ้อเจ้อบ้าบอเป็นที่สุด แต่เนื้อแท้แล้วเป็นคนจริงจัง มีความรับผิดชอบ เป็นห่วงคนรอบข้างเสมอ เป็นผู้ก่อตั้งแลป เป็นสมาชิกหมายเลข 1 และเป็นหัวหน้าโครงการ(เพี้ยน) ที่ประดิษฐ์ไทม์แมชชีน(?)สำเร็จได้โดยไม่ตั้งใจ 
 
 
ชื่อ : Makise Kurisu
CV : Imai Asami   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: สาวน้อยอัจฉริยะจบจากมหาวิทยาลัยเมืองนอกเมืองนา เชี่ยวชาญเรื่องประสาทวิทยา ขนาดว่ามีผลงานวิจัยลงตีพิมพ์ในวารสาร มีปัญหากับโอคารินตั้งแต่แรกพบ แต่ก็จับพลัดจับผลูมาเป็นสมาชิกแลปหมายเลข 4 กับเขาด้วย มีชื่อเรียก(โดยโอคาริน)มากมายหลายชื่อ โดนลวนลามด้วยคำพูด(โดยโอคาริน)แทบทุกวันเป็นปกติ ถูกกลั่นแกล้ง(โดยโอคาริน)สารพัด แต่ก็ยังทนอยู่ได้ เพราะว่า "ทำเพื่อพ่อ"
            คุริสึเป็นชาวบอร์ด@ちゃんแบบฝังในสายเลือด ดังนั้นนอกจากจะพูดจาด้วยศัพท์แสงยากๆได้แล้วยังมีมุกชาวบอร์ดที่มักหลุดปากพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจบ่อยๆ ใครเข้าใจก็ขำฮาแตกกันไป
 
 
ชื่อ : Shiina Mayuri
CV : Hanazawa Kana   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: ตุ๊ดตู่รู้ มายุชชี่เดสสส เป็นปรากฎการณ์ที่ดึงผู้ชมหน้าใหม่มาดูสไตน์เกทได้อย่างล้นหลามราวกับว่าถูกล้างสมองเป็นฮานาซาว่าซินโดรม มายุชชี่ สมาชิกแลปหมายเลข2 มีสัญญาใจกับโอคารินในอดีตว่าจะยอมเป็นตัวประกันอย่างไม่มีเงื่อนไข มีงานอดิเรกคือคอสเพลย์ เป็นตัวละครที่ดูไม่มีอะไร ไม่ดูเป็นพิษเป็นภัยเหมือนกับสมาชิกแลปคนอื่นๆ
 
 
ชื่อ : Hashida Itaru/Barrel Titor
CV : Seki Tomokazu   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: ซุปเปอร์แฮกเกอร์ดารุเพื่อนรักโอคาริน สมาชิกแลปหมายเลข3 เป็นโอตาคุ ที่ชอบปล่อยมุกโอตาคุให้โอตาคุที่นั่งหน้าจอได้ขำกัน รูปร่างหน้าตาแม้จะดูไม่น่าคบไม่น้อยไปกว่าโอคาริน แต่เขานั้นมีจิตใจที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง(ต่อสาวสองมิติ)
 
 
ชื่อ : Amane Suzuha/John Titor
CV : Tamura Yukari   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: สาวหุ่นสปอร์ตลึกลับ นักรบงานพิเศษ รับจ๊อบอยู่ที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นล่างแลป เจ้าตัวบอกว่ามาตามหาพ่อ กว่าจะทำอีเวนท์เป็นได้สมาชิกแลปก็ปาไปลำดับ 8
 
 
ชื่อ : Urushibara Ruka
CV : Kobayashi Yuu   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: ตัวประกอบสมาชิกแลปลำดับ 6 หนุ่มน้อยอยากเป็นสาว
 
 
ชื่อ : Feris Nyannyan(นามแฝง)/Akiha Rumiho(ชื่อจริง)
CV : Momoi Haruko   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: รูมิโฮะสมาชิกแลปหมายเลข7 ลูกสาวตระกูลผู้มีอิทธิพลผู้นำวัฒนธรรมโมเอะมาสู่อากิบะ เปิดร้านเมดคาเฟ่แล้วใช้ชื่อเฟริสเป็นชื่อในวงการแทน  เสียงนั้นหรือก็ปวดกบาลสมกับที่ได้ป้าโมโมอิมาพากย์ให้  ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างเมดสาวหูแมวกับลูกสาวเศรษฐี อย่างไหนที่เป็นตัวจริงของเธอ
 
 
ชื่อ : Kiryuu Moeka(ชื่อจริง)/Shining Finger(นามแฝง)
CV : Goto Saori   >>ผลงานที่ผ่านมา
Comment: สมาชิกแลปหมายเลข5 ที่หมายตาIBN5100 คอมพิวเตอร์ในตำนานของแลปอยู่ พฤติกรรมเหมือนชาวสารขัณฑ์บางจำพวกที่เดินไปก้มหน้ากดมือถือไป แล้วก็ fb fb fb fb tweet tweet tweet bb bb bb
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ps. เขียนเสร็จ ณ ตอน 18 ยังไม่ฉาย
ps2. entry หน้าจะกลับมาต่อซีรีย์ ar tonelico แล้วนะ
ps3. insert song ในตอนสุดท้าย แปลไว้สองปีแล้ว ใครสนใจก็ กด ไปดูกันได้

Comment

Comment:

Tweet

ขำไอ้fb fb fb tweet tweet tweet bb bb
จะว่าไปก็เหมือนชาวสารขัณฑ์บางจำพวกจริงๆ sad smile
แต่ส่วนใหญ่พวกนี้จะfb กับbb เยอะหน่อยไม่ค่อยเห็น tweetนะconfused smile

#7 By shikosho (58.8.158.196) on 2011-09-15 02:02

นี่เป็นเรื่องที่จบแล้วต้องดู

#6 By Jammaster X on 2011-08-01 19:17

เสียงเฟริสแหล่นจนปวดหู

#5 By digichan on 2011-08-01 03:12

ยอมรับว่าดูเรื่องนี้เพราะฮานาซาว่าพากย์ เชิญบีทาตามสบาย 55+

#4 By Nam (58.9.245.119) on 2011-07-31 20:36

เรื่องนี้กระผมชอบมากครับ

#3 By I Love Kyubey on 2011-07-30 21:27

ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าไอ้มิปเปิ้ลมันใช้คนพากย์คนเดียวกับท่านอาจารย์โดมอนเเล้วก็ซูเนโอะ โอ้ย รีวิวนี้ได้ประโยชน์มากมาย

#2 By Der Kaiser on 2011-07-30 20:08

ไบท์เซนชิน่ารักสุดแล้วเธอว์

แต่เพิ่งรู้แฮะว่า คนพากษ์ดารุนี่มัน...

#1 By Huckbein on 2011-07-30 17:23

Recommend