รู้สึกเหมือนเพิ่งจะเขียนของฤดูใบไม้ผลิเสร็จไปไม่นานแท้ๆ ก็ถึงคิวของเหล่าอนิเมหน้าร้อนซะแล้ว แน่นอนว่าคราวนี้ก็ลัดคิวลงก่อน Ar ciel Ar dor ที่แปลค้างไว้เช่นเคย (แต่ก็บทสุดท้ายแล้วนะ) ที่รู้สึกว่ามันยังไม่นานนักจากรอบก่อนที่เขียนก็คงเป็นเพราะสองซีรีย์ครึ่งปีอย่างSteins;Gate กับ Tiger&Bunny มันยังไม่จบด้วยกระมัง
  สำหรับคนที่อ่านเป็นครั้งแรก ก็ขอชี้แจงอีกครั้งว่า ทุกเรื่องที่หยิบมาเขียนในEntryนี้ นับเฉพาะที่เจ้าของบล๊อกดูจบครบทุกตอนเท่านั้น ซึ่งก็รับประกันความน่าติดตามได้ในระดับหนึ่ง จากสถิติดู10จบ3 ของเจ้าของบล๊อกขี้เบื่อ
  หน้าร้อนปีนี้ก็เปิดตัวได้อย่างน่าสนใจมากมายหลายเรื่องจริงๆ แต่ที่ดูตามติดจริงๆไม่นับพวกภาคต่อก็คือ...
 
เรื่องแรก NO.6
 
   บอกไว้ก่อน ณ ที่นี้ว่าเจ้าของบล๊อกไม่ใช่สาววายหรือหนุ่มวายและไม่ได้ฝักใฝ่เกย์ แต่สนใจความเป็นไซไฟอนาคตของเรื่องนี้ตะหาก No.6 อนิเมที่มีต้นฉบับจากนิยายความยาว 9 เล่มจบ(แต่สยามยังพิมพ์ไม่จบ)นั้นเป็นไซไฟที่หยิบเอาประเด็นความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมในยุคที่มนุษย์เข็ดขยาดจากสงครามและได้ก่อสร้างยูโธเปียของเหล่ามนุษย์ที่เหลือขึ้นมา 6 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลก มหานครแห่งความฝันที่สงบสุขและปลอดภัย มีการจัดการที่ยอดเยี่ยมในทุกด้านและจัดให้มีสวัสดิการอันแสนสะดวกสบายแก่ประชาชนผู้อยู่อาศัยตามระดับความสามารถที่ประเมินได้ ตราบที่คนผู้นั้นสาบานว่าจะภักดีต่อมหานครนี้ 
    เรื่องราวหลักๆ ดำเนินผ่านมุมมองของตัวเอกสามคน ชิออนอดีตนักเรียนชั้นพิเศษ เนซุมิผู้ถูกทางการตามล่า และ ซาฟุ เพื่อนร่วมชั้นเรียนพิเศษของชิออนที่เป็นสาวน้อยคนเดียวในเรื่องแต่ก็ไม่อาจทำให้อนิเมเรื่องนี้พ้นข้อครหาว่าเป็นอนิเมเกย์ได้ ด้วยว่าบทของซาฟุนั้นช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับสองหนุ่ม 
    ความเสื่อมโทรมที่ฝังรากลึก ความไม่เท่าเทียมในสังคม การสมคบคิดของชนชั้นปกครอง ไปจนถึงการปิดหูปิดตาประชาชน และการกระทำต่อมนุษย์ด้วยกันเหมือนสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ ทุกสิ่งเป็นไปได้ในNo.6 !! 
 
เรื่องที่สอง Itsuka Tenma no KuroUsagi


    เริ่มแรกที่สนใจนั้นก็เพราะเป็นเรื่องที่คนแต่งคนเดียวกันกับตำนานผู้กล้าแห่งตำนานที่ไม่มีวันได้ออกภาคสองเพราะยอดสุดแป๊ก พอดูไปดูมาสักพักถึงเริ่มรู้ว่าใช้ทีมทำNanatsuiro Drops อนิเมสีหวานเจี๊ยบที่เคยชอบเมื่อสมัยนู้น และเมื่อติดตามต่อไปอีกก็เกิดต้องไปขุดเจเวลเพททิงเกิลมาดูเพราะจะติดตามผลงานของคนพากย์ฮิเมอา และเมื่อเผลอดูเจเวลเพทจนจบก็สังเกตว่าCast ตัวหลักมันยังชุดเดียวกันเลยนี่หว่า (กรี๊ดด)
    สรุปสั้นๆว่า"อวย"น่ะครับ   
    ส่วนธีมเรื่องคราวนี้ก็คือ รักแรก แวมไพร์ โรงเรียน และเทพปิศาจรวมมิตร ฟังดูเกร่อและตลาดมากมากเมื่อเทียบกับตำนานผู้กล้าแห่งตำนานที่เป็น แฟนตาซี สงคราม ดราม่า และหนุ่มหล่อ  จากเดนยูเดนที่สาวๆเยอะแต่ดันมีแต่ฉากผู้ชายจ้องตากันปิ๊งๆพอเป็นอิทสึเทนแล้วกลายเป็นว่าเซอร์วิสกางเกงในมิไรโผล่ทุกตอนไปซะได้ ช่างเป็นเจ้าของผลงานที่มีแนวหลากหลายจริงๆ   
 
เรื่องที่สาม Mawaru PenguinDrum
 

    เป็นอนิเมที่ดูแล้วรู้สึกว่า นี่มันอะไร.. นี่มันอะไร! นี่มันอะไร!!? ได้แทบทุกตอน ไม่ใช่ว่าพลอตที่หักโค้งทุกตอนหรืออย่างไร แต่เป็นลีลาในการนำเสนอที่ไม่เคยเห็นในงานเก่าๆของค่ายนี้เลย (ยกเว้นBaccano! ที่คนเขียนมันเทพ) สมัยที่ตาผู้กำกับคนนี้เขาทำอูเทน่ากันนั้นเจ้าของบล๊อกยังดูไม่ค่อยรู้เรื่อง เพิ่งมาประจักษ์ถึงความเลิศล้ำก็ตอนสตาร์ไดรเวอร์ ตามด้วยเพนกวินดรัมนี่เอง
    เพนกวินดรัมนี่ถ้านับว่าเป็นอนิเมมุกก็คงเป็นมุกแบบทุ่มตัวเล่นกันน่าดู.. ฉากที่กระชากใจคนดูก็คงเป็นเซย์ซอนเซนเรียวขื่อออ ฉากเปิดตัวสุดมึนขององค์หญิงนั่นล่ะ
 
    เทียบกับสองเรื่องบนแล้ว เพนดรัมนี่ดูบ้าบอ แต่น่าจะเข้าถึงคนธรรมดามากสุด
                                     No.6 ไม่จำเป็นต้องเป็นฟุหรือเกย์เพื่อจะดู (อาจจะลำบากใจนิดหน่อย)
                                     อิทสึเทน งานเน้นขายคาแรคเตอร์ แต่ถ้าตามงานเก่าผู้เขียนมาก่อนน่าจะปลื้ม
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
ps. อะไรนะ รีวิวเพนดรัมแต่ไม่บอกอะไรเลย? ดังขนาดนั้นเดี๋ยวก็มีคนเขียนให้เองแหละน่า
ps2. ฟูลรีวิวคราวนี้คงเป็น No.6

Comment

Comment:

Tweet

เพนกวิ้นดรัมดูเพราะคนอวยเยอะแต่รู้สึกว่าเข้าไม่ถึงผมเท่าไหร่(หรือผมจะไม่ใช่คนธรรมดา แต่จริงๆแล้วคงไม่ปกติมากกว่า)

#4 By พีสิบสาม on 2011-09-05 00:46

อุ๊ก นี่มันอนิเมระดับดาวรุ่งทั้งนั้นเลยนี่หว่า เเฟนๆสามเรื่องนี้เพียบเลย กระเเสมากๆ

#3 By Der Kaiser on 2011-09-04 17:34

ไม่ได้ดูเพราะเกย์ แต่พอดูแล้วก็เริ่มสนใจเกย์รึเปล่า(ฮา)

#2 By Huckbein on 2011-09-04 01:35

เจ้าของ blog นี่ซึนจริงๆ

#1 By Jammaster X on 2011-09-04 01:32

Recommend