ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านี่เป็นอีกซีซั่นที่เยี่ยมที่สุดในรอบปี มีเรื่องยอดๆให้ดูจนดูไม่ทันทั้งใหม่และเก่า เพลงก็โดน งานก็ดี(เว้นบางเรื่องที่ค่อนไปทางเลวร้าย แต่ก็ยังดู) เนื้อเรื่องก็น่าติดตามจนทำใจดรอปไม่ลงสักเรื่อง จำนวนเรื่องที่ดูตอนนี้กำลังจะแซงของซีซั่นฤดูใบไม้ผลิปีนี้ไปแล้วครับ ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 6 เรื่อง และกำลังจะหยิบมาดูอีกสอง เลยต้องจัดการเขียนซะก่อนจะขี้เกียจไปมากกว่านี้
 
     สำหรับซีซั่นก่อนที่เขียนไปแค่ 3 เรื่องคือ อิทสึเท็น No.6 และเพนดรัมนั้น ท้ายที่สุดแล้วกลับมีเพิ่มมาอีกเรื่องคือดันทาเลี่ยนครับ เดี๋ยวจะเขียนไว้ท้ายสุดต่อจาก6เรื่องที่ว่าแล้วกัน ขนาดเจ้าของบล๊อกยังแปลกใจตัวเองว่าดูจบไปได้ยังไง    
 
    เรื่องแรก Kyoukai Senjou no Horizon

         ฮอไรซั่น อนิเมจากไลท์โนเวลที่หนาขนาดโบกหัวคนสลบ ยังเขียนไม่จบ แถมยังทำอนิเมแค่ 13 ตอน อ่านแค่นี้ต้องบอกว่าอนาคตอนิเมที่ถูกดัดแปลงนั้นค่อนข้างจะรุ่งริ่ง มันต้องเห่ยสะบัดเป็นแน่ อนิเมเอง(โดยซันไรส์)ก็ตอบสนองความคาดหวังคนดูแบบมึนๆ ด้วยการนำเสนอแบบที่ไม่สามารถประมวลผลได้ ให้คนดูงงเล่นไปสักสองสามตอนก่อนถึงเริ่มจับปะติดปะต่อเหตุการณ์ในเรื่องที่ฉายไปห้าตอนยังไม่พ้นหนึ่งวันได้ 
         ด้วยความที่รายละเอียดมันเยอะ ศัพท์แสงอลังการ แถมใช้เซทติ้งทับกันระหว่างญี่ปุ่นยุคศักดินาและแฟนตาซีไซไฟอนาคต บนโลกที่วุ่นวายแบ่งฝักฝ่ายกันนับไม่ถ้วน และตัวละครอันมหาศาล (จนผู้ชมบางท่านบ่นว่าเหมือนดูหนังโป๊40คู่ในครึ่งชั่วโมง) ทำให้เรื่องนี้ถูกจัดเข้าหมวดอนิเมดูไม่รู้เรื่องไปในทันที   
         ถามเจ้าของบล๊อกว่าดูรู้เรื่องไหม ก็ขอตอบอย่างจริงใจว่าตอนนี้ยังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ครับ แต่ถ้าจะให้สรุปสั้นๆบ้านๆเลยก็จะได้ความว่า ในช่วงเวลาอันแสนสงบที่แต่ละฝ่ายแว่นแคว้นต่างก็เว้นวรรคทางการเมือง ไอ้หนุ่มคนนึง(โทริ)ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะสารภาพรักกับสาวคนนึง(P-01) โดยมีเพื่อนร่วมชั้นและพี่สาวแสนดีคอยเชียร์ให้เขาก้าวข้ามผ่านแผลใจอันเลวร้ายในอดีตไปให้ได้ แต่หารู้ไม่ว่าดูไปห้าตอนแล้วก็ยังไม่ถึงพรุ่งนี้สักที แล้วซีซั่นนี้เจ้าโทริ(CV:Fukuyama Jun)จะได้สารภาพรักมั๊ย แล้วกองทัพเมดนั่นมันอะไร ทำไมมีกันดั้ม แล้วไอ้นั่นมันมาจากฝ่ายไหน ตาลุงจะทำแบบนั้นทำไม แล้วอาวุธที่เหลืออยู่ที่ใคร ฯลฯ ...จบเถอะ 
 
    เรื่องที่สอง Fate/Zero

         สานต่อโปรเจคเฟทด้วยการจับมือกันของไทป์มูนและไนโตรพลัส ออกมาเป็นเฟทภาคสงครามจอกครั้งที่สี่ซึ่งก็คือรุ่นพ่อของเจ้าขาวตัวเอกสุดน่ารำคาญ จากปลายปากกาของอุโรบุจิผู้เคยทำให้บล๊อกนี้ดังระเบิดด้วยซายะโนะอุตะ และทำให้สตูดิโอชาฟท์อู้งานเล่นมอนฮันไม่ต้องทำอะไรไปอีกห้าปีได้เพราะมาโดกะสาวน้อยเวทย์มนต์ขายดีเป็นเททิ้ง  ภาคนี้มาสเตอร์ทุกคนล้วนเป็นจอมขมังเวทย์หนุ่มหล่อ ลุงเท่ห์ (แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น) ทำให้ภาพของสงครามจอกดูจริงจังไม่ใช่เด็กเล่นกันแบบภาคก่อน  เซเบอร์ขาประจำนั้นก็มาในชุดสูทเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆได้ไม่แพ้เหล่ามาสเตอร์และเซอร์แวนท์หล่อๆเลย(แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น) แรงจูงใจและภูมิหลังของแต่ละตัวละครในฉากโหมโรงก่อนเข้าสู่ศึกนั้นเรียกได้ว่าเข้มข้นเหมือนมาจากละครคนละเรื่อง (เด่นเป็นพระเอกกันหมด อะไรทำนองนั้น)
        สำหรับผู้ไม่รู้จักซีรีย์เฟทมาก่อน(มีด้วยรึ) ก็คงจะเกริ่นให้เล็กน้อยว่าเป็นพิธีกรรมอัญเชิญจอกศักดิ์สิทธิ์(โดยสามตระกูลดัง ไอซ์เบิร์น มาโต้ และโทซากะ) ออกมาแล้วจอกจะทำหน้าที่เรียกวิญญาณวีรชนที่เหมาะสมกับมาสเตอร์ที่ถูกเลือกทั้ง7คน(ตามการเตรียมการ) เข้าร่วมศึกชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา ฟังดูเหมือนสงครามคนบาป ซึ่งมันก็ถูกส่วนหนึ่งเพราะเบื้องหลังการชิงจอกนั้น มีทั้งการฮั้วกันของมาสเตอร์บางคนและกรรมการ หรือการบลัฟกันซึ่งหน้าของมาสเตอร์ต่อมาสเตอร์ (ชิงไหวชิงพริบ ก็ว่า) ใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะตายท่าไหน จะดราม่าเท่าซายะหรือพระแม่มาโดกะหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันไป
 
                                                       (ทำไมรูปใหญ่กว่าชาวบ้าน)
    เรื่องที่สาม C3 CubexCursexCurious

         โมเอะอนิเมจากไลท์โนเวล  ที่มีจุดแข็งคือป้าทามุระยูคาริ จิฮาระมิโนริ และคิตะเอริ ผู้ให้เสียงสามสาวตัวเอก พร้อมด้วยทีมกำกับอนิเมฮาบ้าบออย่างบากะเทสฯ  ฉากแอคชั่นสุดอำมหิตที่ตัดขาดกับโทนสีหวานแหววยามปกติ มุกตลกลามกสอดแทรกอยู่ทุกตอน เป็นสูตรสำเร็จของอนิเมแอคชั่นที่มีฉากหลังเป็นโรงเรียนมัธยม สรุปมันมีอะไรดีบ้าง? ดีหมดครับ เสียอย่างเดียวที่แนวนี้มันเกร่อไปหน่อยแค่นั้นแหละ
         เนื้อเรื่องหลักดำเนินไปโดยมียุทธภัณฑ์ต้องสาปที่มีชีวิตจิตใจและมีรูปร่างภายนอกเป็นสาวน้อยน่ารักอย่างเฟีย เป็นจุดศูนย์กลาง มีพระเอกเป็นตัวประกอบ ส่วนสองสาวที่เหลืออย่างโคโนฮะ(ที่หลอกคนดูว่าเป็นเพื่อนตอนเด็ก)และหัวหน้าห้อง(คิตะเอริ) ดูเหมือนจะเป็นตัวละครที่เพิ่มมาให้อนิเมโมเอะฮาเร็มครบองค์ประชุม แต่นั่นเป็นแค่ตอนแรก  พอตอนที่สอง สาม และสี่ ห้า ออกฉายเราจะได้รู้ถึงชื่อเต็มของโคโนฮะ(ที่เจ้าของบล๊อกดูแล้วยังอุทาน) และตัวจริงที่หัวหน้าห้องพยายามปกปิด(กรุณานึกถึง สตาร์ไดรเวอร์)  เรื่องราวแนวฮาเร็มเกร่อๆก็กลายพันธุ์ไปเป็นดราม่าคอเมดี้บู๊ล้างผลาญ (+โบนัสด้วยนักพากย์ระดับเทพ สรุปว่าเอ็งก็ดูเพราะคนพากย์นี่หว่า) 
 
    เรื่องที่สี่  Shakugan no Shana III Final

          บทสุดท้ายของอนิเมเรื่องแรกๆที่ดัดแปลงจากไลท์โนเวล ทิ้งห่างจากทีวีภาคสองนานพอสมควร เป็นภารกิจที่เจ้าของบล๊อกต้องสะสางให้เสร็จสิ้น ไม่ว่าJCStaffจะทำมันห่วยลงเหวสักแค่ไหนก็ตาม
          น่ายินดีที่ภาคนี้ไม่เลวร้ายเหมือนภาคสอง แถมยังเป็นช่วงที่เนื้อเรื่องกำลังน่าติดตาม เมื่อเจ้าพระเอกตัวดีอย่างยูจิหายตัวไป แล้วกลับมาอีกครั้งในร่างของนาคาแห่งการพิธี บอสใหญ่ของเรื่อง ขั้วอำนาจของฝั่งโทโมงาระและฝั่งเฟลมเฮซก็ระส่ำระสายไปตามๆกัน การต่อสู้ขยายวงกว้างไปทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่ที่มิซากิอีกแล้ว ที่สำคัญเซย์เรย์เด็นไม่เห็นซะนานทำไมมันดูอลังการกว่าเดิมไปได้ขนาดนั้น
          ฉากประทับใจที่รอคอยมาหลายปีก็คงจะเป็นท้ายตอนที่4 ที่โยชิดะ คาซึมิ ทรุดลงกับพื้นได้รับรู้ถึงความสำคัญของตัวเองที่มีต่อยูจิ แล้วเพลงก็ลอยขึ้นมา I must be dreaming tonight~  หมดเวลาสำหรับความรู้สึกครึ่งๆกลางๆเสียที
 
    เรื่องที่ห้า Persona 4 The Animation

          หลังจากความอัปยศของpersonaภาค trinity soul การประกาศทำอนิเมภาคนี้โดยคงไว้ซึ่งเนื่อเรื่องตามต้นฉบับเกมเด๊ะๆ จึงถูกแฟนบอยคาดหวังไว้สูงมาก ยอดจองนั่นพุ่งกระฉูดกันตั้งแต่ยังไม่ฉาย
          แต่พอฉายแล้วกลับกลายเป็นว่าไม่ดีดังคาด ปัจจัยทั้งหลายที่ยกมาจากเกมทั้งดุ้นกลายเป็นว่าดูทะแม่งๆเมื่ออยู่ในอนิเม  ตัวอย่างชัดๆคือการใช้bgmจากเกมในฉากเดียวกันกับอนิเม ซึ่งหลายๆฉากมันไม่ได้เข้ากันเลย 
แต่ดูท่าปัญหานี้จะหายไปแล้วในตอนหลังๆ เพราะเริ่มมีเพลงใหม่บ้าง เบาเสียงบ้าง แต่พอหมดเรื่องขัดหูไปก็มีเรื่องขัดตา ตรงคุณภาพงานขึ้นๆลงๆ แต่ด้วยความที่เป็นแฟนบอย เจ้าของบล๊อกจึงทนได้
         บ่นมาขนาดนี้แล้วหลายท่านอาจจะสงสัยว่าจะทนดูทำร้ายตัวเองไปอีกทำไม คำตอบก็คือผมสนใจเรื่องความพยายามในการรวบโซเชียลลิงค์ในเกมให้เป็นเนื้อเรื่องในอนิเมครับ บางคนนี่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำไงให้จบในตอน อย่างตอนหมาจิ้งจอกเนี่ย คงกลายเป็นอนิเมแนวSlice of Life แบบนัทสึเมะแหงๆเลย  
         (ตอนไอจังนี่ในเกมเกลียดยัยนี่มาก พอเป็นอนิเมแล้วรับได้ซะงั้น)
 
    เรื่องที่หก  HunterxHunter

          ฮันเตอร์Xนั้นเคยเป็นอนิเมทีวีมารอบนึงแล้วเมื่อเกือบสิบปีก่อนครับ เจ้าของบล๊อกในยุคนั้นเองก็ชื่นชอบจนมีDVDเก็บครบทุกตอนทุกภาคตั้งแต่ทีวียัน G.I. Final ที่สุดแค่จบภาคกรีดไอส์แลนด์ ปล่อยให้แฟนๆรอตอนต่ออย่างภาคคิเมร่าแอนท์มานานแสนนาน
          เวลาล่วงเลยมานานจนในที่สุด อ.โทงาชิที่เขียนๆหยุดๆก็จบภาคคิเมร่าแอนท์ลงได้ด้วยเลือดและน้ำตา ทันใดนั้นก็มีประกาศทำอนิเมต่อ แต่เป็นรีบูท เริ่มใหม่ทั้งหมด ฟังแล้วท้อไปเล็กน้อย เพราะของเก่ามันรวมๆกันก็ปาไป 80-90 ตอน เริ่มใหม่ไม่รู้ชาติไหนจะได้ดูน้องสาวคิรัวโมเอ้ ราชาต่อยกับประธานเนเทโล่
          แต่ไหนๆก็บอกว่ารีบูททำใหม่เป็นHDหมดก็ลองดูสักหน่อย เผื่อจะได้รื้อฟื้นความหลังเก่าๆบ้าง
          ภาครีบูทนี้นอกจากจะเปลี่ยนคนพากย์คุราปิก้าเป็นมิยูคิจิ(ซาวาชิโระ มิยูกิ)แล้ว เนื้อเรื่องก็ตัดกระชับกว่าเดิมมาก ประมาณ 50 % ดูไปถึงตอนล่าสุด(ตอน7) ก็ถึงตอนเล่นลิงชิงบอลกับประธานเนเทโล่แล้ว ซึ่งของเก่าจะอยู่ประมาณตอนที่12 งานภาพก็อัพเกรดซะไฉไลกว่าเก่ามาก เสียอย่างเดียวคือเพลงที่สู้ของเก่าไม่ได้เลย
         เป็นเรื่องที่คิดว่าคงดูต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะนึกไม่ออกเหมือนกันว่าภาคไหนที่มันไม่สนุก ครั้งแรกที่ดูมันสนุกหมดเลย มาดูตอนนี้ก็ได้อีกอารมณ์ ดูคิรัวสมัยก่อนมันเกรี๊ยนเกรียนจริงๆ
         อ้อ นักพากย์นั้นเปลี่ยนยกเซ็ทครับ ที่ยกมาแต่มิยูคิจิเพราะเขามีชื่อโผล่ในบล๊อกนี้บ่อย ขาประจำน่าจะจำได้กันในฐานะนักพากย์มือเก๋าพากย์ได้หลายแนวเหลือเกิน
 
    เรื่องสุดท้าย(จากซีซั่นฤดูร้อน) Dantalian no Shoka

          ดันทาเลี่ยนเป็นเรื่องที่ผมบ่นไว้ตั้งแต่ตอนมันเริ่มฉายตอนแรก ว่าดำเนินเรื่องได้น่าเบื่อ ทำฉากหลังแปลกๆ edก็เล่นอะไรกันวะ บลาๆๆ เรียกได้ว่ามีแต่ข้อเสีย ยกเว้นดาเลี่ยนมิยูคิจิ(CV:Sawashiro Miyuki) กับท่านลอร์ดดิสวาร์ดสุดหล่อ(CV:Ono Daisuke)
          ตอนหนึ่งและตอนสองไม่สนุกเอาเสียเลย ที่นับได้ว่าสนุกจริงๆคือตอนห้าเป็นต้นไป สนุกแบบที่ว่าถ้าตั้งเซทติ้งเป็นหอสมุดเดินได้ มันก็ต้องเป็นแนวนี้แหละ แนวที่เคยตั้งความหวังสมัยตามToaru Majutsu no Index ช่วงแรกๆ แต่ดันมาสมหวังกับดันทาเลี่ยนที่กำหนดเซทติ้งมาแบบตั้งใจเกทับว่ามีหนังสือ 900,666 เล่มเสียนี่ (Indexนั้นมี103,000เล่ม แต่เป็นเซทติ้งที่แทบไม่ได้ใช้) แถมดันทาเลี่ยนยังใช้หนังสือดำเนินเรื่องจริงๆสมที่โม้ไว้ว่ามีเก้าแสนกว่าเล่มด้วย  ตลอดสิบสองตอนที่ฉายทีวีนั้น ว่าด้วยเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดจากหนังสือมายาในรูปแบบต่างๆ และการเก็บคืนที่เป็นจุดประสงค์ของฝั่งดาเลี่ยน การเผาทำลายหนังสือมายาของฝั่งเฟลมเบิร์จ และการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งหนังสือมายาของฝั่งราซิเอล ซึ่งเป็นเรื่องราวแบบจบในตอนทั้งหมด ยกเว้นตอนสุดท้ายที่ทิ้งไว้ให้ไปหานิยายมาอ่านต่อครับ ซึ่งกระตุ้นต่อมอยากรู้ได้เยอะซะด้วยเพราะอนิเมไม่เฉลยอะไรเลย..  แถมยังทิ้งภาพปริศนาเกี่ยวกับตัวจริงของเธอผู้นั้นไว้ให้งงอีกตะหาก 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องที่อยากดูแต่ยังไม่เริ่มดูคือ LAST EXILE 2  และ Guilty Crown ครับ
 
edit แก้ข้อมูลผิดนิดนึง มิยูคิจิ พากย์คุราปิก้า ส่วนที่พากย์คิรัวนั้นคือ อิเสะ มาริยะ ครับ
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

Kyoukai Senjou no Horizon เนี่ยยังไม่ได้เริ่มดูแต่ก้อยากดูเพราะฟุคุยาม่า จุนมีเอี่ยวด้วย อ่า แรงแม่ยก(?)จะทำให้เราอยากดูหรือเปล่าเนี่ย อ่านแล้วรู้สึกรอให้จบล่ะกัน
Fate/zero เป็นแฟนซีรี่ย์ไทป์มูนอยู่แล้วก็คงไม่พลาดแหละ ติดตามดูทุกอาทิตย์สุดตัว
ส่วนเรื่องนั้นเฉยๆ แต่ว่าจะจัด HXH บ้างล่ะ
Guilty Crown ก็อยากดูนะ แต่ฐานแฟนอวยมันเยอะเกิน รู้สึกเนื่อยๆ ค่อยดูล่ะกัน

#1 By mayWz on 2011-11-14 20:33

บอกเลยว่าชานะภาพคนี้น่าจะหมดเวลากับการเดินเรื่องเฉื่อยๆธรรมดาๆได้เเล้ว เพราะมันต้องเข้มตลอด ถ้าสามารถถอดเเละย่อความเข้มข้ยของภาคนิยายมาได้ครบถ้วนนะ เชื่อเลยว่าเอาไปเลยเถอะ กระเเสของซีซั่นนี้ เชื่อว่าเเรงเเน่

#2 By Der Kaiser on 2011-11-14 20:42

ว่าจะดู shoka เนี่ย

#3 By Jammaster X on 2011-11-14 21:46

P4สนุก แต่อย่างว่า ถ้าไม่ใช่แฟนบอยก็คงไม่ค่อยมีใครดูซะล่ะมั้ง

#4 By Huckbein on 2011-11-14 22:14

ทั้งหมดที่พูดมาได้ดูแต่ P4

#5 By smdm (124.120.168.46) on 2011-11-15 11:37

P4 ผมว่าก็ OK ครับ เหมือนในเกมทั้งดุ้นเลย open-mounthed smile

#6 By I Love Kyubey on 2011-11-16 20:03

Recommend