[Review] Senki Zesshou Symphogear

posted on 25 Mar 2012 03:00 by bekung in anime directory Entertainment, Asian
        คุณผู้อ่านครับ
        ผมชอบนิยายยาวๆ ที่กำหนดเซทติ้งและโลกของมันด้วยจินตนาการอันกว้างไกลครับ  
        ยิ่งเป็นแบบที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยนึกถึง จะยิ่งชอบครับ
        ผมชอบท้องฟ้าปลอมที่เรียงรายด้วยดาวประจำตัวผู้ทำพันธสัญญาในDarker than Black
        ชอบไอเดียเกี่ยวกับทฤษฎีจำแลงร่างเป็นมนุษย์ของเหล่าหมาป่าใน Wolf's Rain
        ชอบเทคโนโลยีดัดแปลงร่างมนุษย์ในระดับควอนตัมเพื่อสร้างนักรบมังกรที่เดินทางข้ามมิติไปมาใน Noein
 
        ของพวกนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดเพียงบรรทัดสองบรรทัด หรือการดูผ่านๆ
        ดังนั้นเวลาผมจะเขียนแนะนำอนิเมอะไรลงในนี้
        ผมจะตั้งใจเขียนให้ครอบคลุมและดึงดูดให้คนที่อ่านรู้สึกว่าอยากดูโดยไม่เสียอรรถรสในการชมครับ
        แม้มันจะไปเข้าคอนเซปต์ "ยาวไป ไม่อ่าน" ของหลายๆท่าน
        แต่เชื่อเถอะครับ เวลาคุณกลับมาอ่านทีหลัง จะได้อะไรมากกว่าคำสั้นๆ อย่าง น่ารัก หรือโมเอ้ แน่ๆครับ
 
        ----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
          เอาล่ะ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย กับฟูลรีวิวอนิเมประจำซีซั่นฤดูหนาว2012 ซึ่งสำหรับต้นปีนี้ตกเป็นของซิมโฟเกียร์ แต่ให้พูดจริงๆแล้วในบรรดาอนิเมที่ดูจบของซีซั่นนี้เนี่ย เจ้าของบล๊อกชอบชานะ3 มากที่สุดครับ มันเหมือนซีซั่นล้างอายจากภาค1 และ2 ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นตั้งแต่ต้นยันจบ24ตอน ไม่มีพักเรื่อยๆเอื่อยเฉื่อยเลย ทั้งที่ทำใจไว้ก่อนแล้วว่าคงหวังอะไรไม่ได้มาก ไปๆมาๆ กลับเป็นหนึ่งในอนิเมไม่กี่เรื่องที่ต้องมาเฝ้าตอนคืนที่มันฉายที่ญี่ปุ่น จะได้ดูต่อเร็วๆ แต่ถ้าจะให้เขียนคงไม่เขียนครับ รอให้คนที่เขาชอบเรื่องนี้มากกว่าเขียนไปดีกว่า น่าจะเหมาะสมกว่า อีกอย่างนึง ตัวละครที่มีบทเด่นภาคนี้มันเยอะมาก เพราะเป็นบทสงครามซะเยอะ พวกระดับแม่ทัพ ระดับราชาออกมากันให้เพียบ ถ้าจะให้เขียนแบบธรรมเนียมบล๊อกนี้ คงจะไม่ไหว มาเขียนซิมโฟเกียร์ดีกว่า อิมแพคไม่เท่าแต่ตัวละครน้อยกว่ากันเยอะเลย (อู้นี่หว่า)
 
           ซิมโฟเกียร์ เป็นออริอนิเมผลงานสร้างร่วมกันของSatelight (Macross,Aquarion,Basquash)และ Encourage(อดีตGonzo) อนิเมโปรเจคนั้นเริ่มต้นโดย คาเนโกะ อากิฟุมิ (โปรดิวเซอร์ของเกมตระกูลWildArms) และElements Garden มีคอนเซปต์ดีไซน์ชาวฝรั่งเศสที่เคยปรากฎชื่อในบล๊อกนี้มาแล้วครั้งหนึ่งตอนรีวิวBasquash เมื่อสองปีก่อนนู้นคือโทมัส โรแมง (Thomas Romain) มาดีไซน์พวกฉากต่างๆในเรื่อง ซึ่งภาพตอนดีไซน์นั้นดูอลังฯ แต่พอเป็นอนิเมแล้วดูมันเฟลๆพิกล (ไม่เหมือนกับตอนบาสคัชที่ฉากสวยสุดๆจนลืมไม่ลง (แต่เจ๊ง))
 
(ภาพอื่นๆ คลิกดูจากลิงค์ที่รูปได้เลยครับ)
 
    พอพูดถึงคนดีไซน์ฉากแล้ว ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ดีไซน์ของเหล่าตัวประหลาดอย่างนอยส์ ศัตรูของมนุษยชาติในเรื่องที่ออกแนวน่ารักน่าชัง ดูเป็นเอกลักษณ์ของเรื่องไปอีกอย่าง ซึ่งออกแบบโดย Okama (คาราดีไซน์Diebuster,ผู้วาดClothroad) ดีไซน์แปลกแหวกแนวของแต่ละตัวที่ออกมานั้นสร้างความบันเทิงให้แก่เจ้าของบล๊อกและกลุ่มเพื่อนๆในIRCที่ดูเรื่องนี้ด้วยกันเป็นอย่างมาก มีชื่อเล่นให้นอยส์กันแทบทุกตัว นอยส์เตารีดบ้างล่ะ นอยส์มนุษย์ดาวเผากระท่อมบ้างล่ะ(create by s****r) นอยส์ปิดถนนบ้างล่ะ คือบางทีเห็นหน้าเจ้าพวกนี้แล้วก็ลืมเลยว่าธีมเรื่องมันกำลังเครียดกันอยู่
 
    ส่วนตัวเจ้าของบล๊อกนั้นไม่ได้แตะซีรีย์ไวล์อาร์มส์เลยสักเกม ถ้าในช่วงเดียวกันตอนที่ไวล์อาร์มส์ยังติดตลาด คงจะนั่งเล่นซัมมอนไนท์สักภาคอยู่แน่ๆ ที่พูดถึงไวล์อาร์มส์นี่ก็เพราะว่าโปรเจคซิมโฟเกียร์ มีCliche ของเกมตระกูลนี้อยู่เต็มไปหมด แต่ไม่ต้องห่วง ขนาดเจ้าของบล๊อกไม่เคยเล่นเกมมาก่อนยังดูแล้วสนุก สำหรับคนอ่านบล๊อกนี้คงไม่มีปัญหาแน่นอน ส่วนสำหรับคนที่ได้เล่น คงถือเป็นโบนัสให้หายคิดถึงเกมที่ไม่ออกภาคต่อมานาน
 
    ต่อไปเป็นเรื่องย่อพอสังเขปครับ
 
    นอยส์ ตัวตนอันเป็นปริศนาและปรากฎตัวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป กลายเป็นภัยคุกคามของมนุษยชาติ และก่อให้เกิดความร่วมมือในระดับนานาชาติเพื่อควบคุมและยับยั้งภัยพิบัติ  พวกมันเข้าจู่โจมมนุษย์โดยไม่เลือกหน้า เปลี่ยนซากของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้กลายเป็นเถ้าถ่านสลายปลิวหายไปกับสายลม ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธทางกายภาพใดๆที่มนุษย์ครอบครอง ไม่ว่าจะมีพลังทำลายรุนแรงสักแค่ไหน ก็แทบจะไม่มีผลกับนอยส์เลย สุดท้ายกำลังของฝั่งมนุษย์ก็ไม่อาจต้านทานได้ ถ้าไม่หนีตาย ก็ต้องโดนย่อยสลายกลายเป็นผง  
 
    แต่จนแล้วจนรอด อาวุธที่ใช้ต่อกรกับนอยส์ก็ถูกพัฒนาขึ้นอย่างลับๆในญี่ปุ่น  ชื่อของมันก็คือ มาสค์ไรเดอร์ซิสเต็มซิมโฟเกียร์ซิสเต็ม ไพ่ตายสุดท้ายของเหล่ามนุษยชาติ สิ่งเดียวที่สามารถทำอันตรายแก่เหล่านอยส์และป้องกันตัวผู้ใช้ได้ในเวลาเดียวกัน
     แกนกลางของซิมโฟเกียร์ซิสเต็มคือชิ้นส่วนของ"รีลิค"ที่หลงเหลือจากอารยธรรมโบราณที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในปัจจุบัน จึงมีชื่อตามยุทธภัณฑ์โบราณเจ้าของรีลิค อย่าง "กุงกุนิล" หอกของโอดิน และ "อาเมะโนะฮาบาคิริ" ดาบของสุซาโนโอะ อาวุธทั้งคู่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างเป็นความลับด้วยเหตุผลทางการเมือง
     แน่นอนว่ารวมไปถึงตัวตนของผู้ใช้อาวุธทั้งสองด้วยเช่นกัน 
     ใครจะไปนึกล่ะว่าไอดอลยูนิทชไววิงทั้งสองคน จะเป็นผู้กล้ากวัดแกว่งอาวุธเพื่อปกป้องโลก
 
    *spoiler*Ctrl+a เพื่ออ่านบริเวณถมขาว
     เรื่องราวจริงๆเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งในสองไอดอล อาโมว คานาเดะ สละชีพตนเองเพื่อปกป้องเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง(ทาจิบานะ ฮิบิกิ)ในวิกฤตการณ์การจู่โจมครั้งใหญ่ของเหล่านอยส์ ผลจากเหตการณ์นั้นทำให้ชิ้นส่วนของรีลิคกุงกุนิลที่แตกออกบางส่วนฝังเข้าสู่ร่างกายของฮิบิกิ  ขณะที่คู่หูไอดอลอย่างสึบาสะได้แต่ร้องไห้ให้กับคานาเดะที่ค่อยๆสลายไปในอ้อมแขนของเธอจนไม่ได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างอีกเลย
 
     สองปีผ่านไป ชีวิตของฮิบิกิที่ได้รับการช่วยเหลือไว้ในวันนั้นยังดำเนินไปตามปกติ ขณะที่สึบาสะที่สูญเสียคู่หูไปปิดใจตัวเองไม่ยอมรับใคร เลิกร้องเพลง ทุ่มชีวิตให้กับภารกิจกำจัดนอยส์เพื่อมนุษยชาติ  แต่แล้วสิ่งที่จากเธอไปในวันนั้นก็วนกลับมาหาอีกครั้ง เมื่อชิ้นส่วนรีลิคในร่างของฮิบิกิ ตื่นขึ้นโดยบังเอิญ เกิดเป็นปฎิกิริยารุนแรงแบบเดียวกับของคานาเดะอดีตคู่หูที่เสียไปแล้ว
     เพียงแต่ภาพที่ปรากฎขึ้นบนจอภาพในศูนย์บัญชาการ กลับเป็นเด็กสาวที่เธอไม่รู้จักในชุดออกรบที่คุ้นตา
     -จบตอน1-
 
    "เบิ่งตาดูไว้ให้ดีล่ะ นี่แหละการเตรียมใจของชั้น!!" เสียงเพลงเดียวกันที่ฮิบิกิเคยได้ยินในวาระสุดท้ายของคานาเดะผู้ครองกุงกุนิลคนก่อนที่ดับสลายไปต่อหน้าต่อตาเธอเมื่อสองปีที่แล้ว ดังก้องขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้ขับร้องกลับเป็นสึบาสะอดีตคู่หูของคานาเดะ  เซสโชว เพลงสุดท้ายที่เคยปลิดชีวิตผู้ร้องสิ้นเสียงลงพร้อมกับแสงสว่างแรงกล้าที่ สลายร่างของเหล่านอยส์นับไม่ถ้วนให้กลายเป็นเถ้าถ่านไป แม้แต่คริสผู้ครอบครองรีลิคขั้นสมบูรณ์อย่างเกราะเนฮุชตันเอง เมื่อรับแรงโจมตีจากเซสโชวของสึบาสะผู้ใช้รีลิคที่เธอดูแคลนว่าเป็นพวกต่ำ ชั้นเข้าตรงๆก็ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสต้องล่าถอยไป 
     ภาพของสึบาสะที่เต็มไปด้วยเลือดหลังจากการโจมตีสุดกำลังแต่ยังไม่สามารถกำจัด"เนฮุชตัน"ให้สิ้นซากไปได้ ไม่ได้แฝงความหมายถึงความแตกต่างของอาวุธพิฆาต แต่ตอกย้ำเรื่องความสำคัญของอดีตคู่หูของสึบาสะที่ไม่มีใครมาแทนได้อย่างคานาเดะ
     สิ่งที่ฮิบิกิทำได้ในตอนนี้ ไม่ใช่การแทนที่คานาเดะ แต่เป็นการเตรียมใจในการสละชีวิตเพื่อเข้าห้ำหั่นกับศัตรูของมนุษยชาติ...
 
    -จบตอน4-
 
     เฮ้ย
     ใจคอจะไม่ดูเองเลยรึไง!
     เนื้อเรื่องมันเข้มทุกตอน ให้เขียนยาวๆก็เขียนได้ทุกตอนล่ะครับ
     ไม่ต้องห่วง ถ้าชอบอ่านยาวๆ เดี๋ยวมีต่อที่แนะนำตัวละคร
 
    -จบส่วนเรื่องย่อ-
 
     อันที่จริง ยังมีส่วนสำคัญอีกอย่างของเรื่องนี้นอกจาก Wildarms cliche , Creature Design ,Hi-speed action และชื่อท่าแบบไม่ต้องตะโกน นั่นคือ เพลงประกอบครับ เพลงร้องทั้งหมดของโปรเจคนี้สร้างสรรค์โดย Elements Garden ชื่อนี้ถ้าเป็นคอเกมสาวน้อยคงจำกันได้เพราะมีผลงานมากมายจริงๆตั้งแต่แคนวาส2ที่นานมากแล้วยันกริไซอาโนะเมย์คิวที่เพิ่งออกไปตอนต้นปี  ทั้งยังผ่านการทำเพลงให้เจ๊เจ็ด/Mizuki Nana มาก่อนอีกตะหากสมัยนาโนฮะA's
      สำหรับซิมโฟเกียร์คราวนี้ฉายไปได้ 12 ตอนแล้ว ณ เวลาที่เขียน ก็มีเพลงร้องในเรื่องทั้งหมด 10 เพลงเข้าไปแล้ว ยังไม่รวมเพลงเปิดและเพลงปิด จะว่าขายเพลงก็ไม่ผิดนัก เพราะขายดีซะด้วย ขนาดเพลงเปิดตัวของฮิบิกิที่ว่าเลวร้ายในครั้งแรกที่ฟังยังได้หลายหมื่นเลย (ขอแซวนิดนึง)
      จริงๆอาโอะจังผู้ให้เสียงฮิบิกินั้นร้องดีๆก็ร้องได