เข้าสู่ช่วงคัดตัวอนิเมทำฟูลรีวิวประจำซีซั่นอีกครั้ง คราวนี้อาจจะดูเหมือนมาช้าไปซักหน่อย แต่ที่จริงปกติก็ออกราวๆตอน5-6 ของซีซั่นออกฉาย ครั้งก่อนตะหากล่ะที่เขียนเร็วไป ไม่ได้ช้าเพราะติดCiel Nosurgeหรืออะไรหรอกนะ
    หลายๆคนบอกว่า ซีซั่นนี้มีแต่อนิเมเสื่อมโรคจิต สนองเฟติชวิปริต บ้าน่ะ ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย อย่างสาวเล่นน้ำลายเนี่ยมันเป็นโรแมนติกอนิเมที่เน้นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้เลยนะ! ส่วนซอมบี้2 แม้อายูมุจะชอบ(?)ครอสเดรส แต่ระดับมุกมันใกล้จะเทียบชั้นคนวาดปุนิเอะจังแล้วนะ! ส่วนเนียรุโกะนั่นแม้จะเอาวรรณกรรมต้นฉบับเขามาทำเสื่อมแต่ก็ทำยอดขายต้นฉบับนิยายเลิฟคราฟท์พุ่งขึ้นซะงั้นเลยนะ!
    อันที่จริงมีเรื่องอื่นที่คนอื่นแนะนำมาแต่ยังไม่ได้ตามถึงตอนล่าสุดอีกเรื่องคือเซนโกกุคอลเลคชั่น ถ้ามีวาสนาได้ดูจบ24ตอนคงได้เขียนถึงครับ ตอนนี้ก็ยกมาแค่ 5 เรื่องใหม่ที่ตามติดทุกคืนที่ฉายซะก่อน
 
5ตัวเก็งฟูลรีวิวบล๊อกบี้ๆประจำซีซั่นนี้  
 
เรื่องที่ 1 : Eureka Seven AO
     เชอร์รี่บลอสซั่ม! เชอร์รี่บลอสซั่ม! สุดขอบเขตแห่งความเศร้าหมองนั้นอยู่หนใด ภาคต่อที่ทิ้งห่างภาคแรกเมื่อปี่2005นานถึงเจ็ดปี เหล่าสแครปคอรัลหวนกลับมาอีกครั้ง ณ โลกใบใหม่ที่ไร้เงาเรนตันผู้กอบกู้ ดวงจันทร์ที่ไร้รอยสลักแห่งตำนานของท่าไม้ตายสุดท้าย ตัวละครที่เหลืออยู่จากภาคแรกกลับเป็นยูเรก้าในความทรงจำของอาโอผู้เป็นลูกชายที่ถูกทิ้งไว้ ณ เกาะเล็กๆแห่งหนึ่งในหมู่เกาะโอกินาว่า
     ออริจินอลอนิเมภาคต่อของโบนส์ที่ไม่ค่อยจะเห็นกันนัก ร่องรอยจากภาคแรกนั้นมีให้เห็นอยู่มากมาย เพียงแต่เป็นคนละสถานที่และคนละตัวละคร ปมเรื่องนั้นก็เปลี่ยนจากเผด็จการยุคหลังสงครามไปเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงของจริงอย่างประเด็นสิทธิ์ครอบครองโอกินาว่าหมู่เกาะที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกเทศจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านคนต่างชาติอย่างรุนแรง บทอนิเมร่วมเขียนโดยไอคาวะ โชผู้เขียนฉากจบฉบับอนิเมให้ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ทีวีภาคแรก เพลงเปิดอย่าง Escape แม้จะไม่ใช่ FLOW เหมือนภาคแรกแต่ก็ให้อารมณ์คล้ายๆพิกลประมาณว่านี่แหละยูเรก้าเซเว่น เพลงปิดStand by meเองก็ใช้บริการ Stereopony เหมือนตอนop Darker than Black 2 ส่วนนักพากย์ตัวละครหลักนั้นใช้นักพากย์ใหม่หมดยกเว้นโอมิกาวะ จิอากิผู้พากย์เอเลน่าไพลอทสาวน้อยโอตาคุแห่ง Gen.Bleu  แม้ตอนเปิดตัวไพลอทสาวๆจะมีคนบ่นว่ายูเรก้าจบสิ้นแล้วเพราะกลายเป็นแนวฮาเร็ม แต่ขึ้นชื่อว่าโบนส์แล้ว... มันต้องมีคนตกรอบอย่างโหดเหี้ยมเยอะแน่ๆ (ไม่นะ นารุ!)
     อ้อ ผลงานเดบิวของโอมิกาวะที่ได้เข้าไทยก็คือ มากะ แห่ง โซลอีทเตอร์ ครับ
 
 
เรื่องที่ 2 : Accel World
    แอคเซลเวิร์ลด์ เนี่ย เป็นเรื่องที่มีพระเอกน่ารำคาญที่สุดในห้าเรื่องครับ แต่สาเหตุที่ดูอย่างแรกคงเป็นเพราะการที่ซันไรส์อยู่ในภาวะมือขึ้นจากตอนทำฮอไรซั่น อนิเมพของปีที่แล้ว  เอ๊ะ แล้วทำไมถึงได้ทำซับเรื่องนี้กันนะ ชักจะลืมๆ ว่าเพราะทำซับถึงได้ดู หรือมันสนุกสุดยอดถึงต้องทำซับ เพราะถ้าเทียบเรื่องสนุกตอนนี้ดันชอบเรื่องอื่นมากกว่าซะแล้ว (อารมณ์ตอนเขียนต่างกับยูเรก้าAOอย่างเห็นได้ชัด อะแฮ่ม)
    จุดเด่นของแอคเซลเวิร์ลนอกจากเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างนิวโรลิงค์ที่เหมือน Augmented Reality แบบพัฒนาแล้ว คงจะเป็นเรื่องดราม่าคนกับเกมครับ ทำให้รู้สึกถึงสิ่งที่ .Hack//sign ไม่สามารถให้ผมได้ มันก็คือดราม่านอกเกมนั่นเอง ที่เป็นแบบนี้ได้ก็เพราะการเป็นเมมเบอร์ของแอคเซลเวิร์ลด์นั้น ทำให้มีสิทธิพิเศษระดับสุดยอดคือการเร่งความคิด ผู้เล่นทั้งหลายจึงต้องพยายามดิ้นรนไม่ให้เสียสภาพเมมเบอร์ ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงการลอบโจมตีผู้เล่นคนอื่นในโลกจริง เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม ช่างเป็นโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายอย่างที่ฮารุคุงว่าไว้จริงๆ ที่ไม่ชอบอย่างเดียวก็คงเป็นอายุของผู้เล่นที่สูงสุดแค่ 15 ปี พฤติกรรมหลายๆอย่างมันเลยดูเกินตัวเกินอายุไปนิด
    ความแรงอีกอย่างของเรื่องนี้ก็คือ op โดย May'n และ ed โดย KOTOKO นี่ล่ะ ชอบเพลงจริงๆ
 
 
เรื่องที่ 3 : Haiyore! Nyaruko-san
      เนียรุโกะอนิเมฮาร์ดเซลมุกไรเดอร์โอตาคุกระจุยกระจาย ใครดูแล้วเก็บมุกได้ครบทุกเรื่องจะต้องผ่านหลักสูตรเลิฟคราฟท์ กันดั้ม ไรเดอร์ทั้งโชวะและเฮย์เซย์ รวมไปถึงเกมและอนิเมยุคนี้มาจนหมด ฟังแล้วดูน่าเป็นห่วงเหมือนกันนะ คนที่เข้าใจทุกมุกเนี่ย
      ก่อนจะมาฟูลอนิเมอย่างที่เห็น เนียรุโกะเองนั้นเป็นอนิเมมาถึงสองครั้งแล้ว ครั้งแรกตอนละสองนาที ครั้งสองตอนละ5นาที  ออกมาโดนส้อมปักจบตอน เพลงปิดขึ้นพอดี ตอนที่ประกาศจะทำฟูลอนิเมนี่ก็ไม่คิดว่าจะฮาได้ขนาดนี้เหมือนกัน เนื่องจากตอนที่เป็นอนิเมแฟลชนั้นมันช่างดูทุนต่ำจนน่าสงสารจนต้องหัวเราะออกมา
      พอฉายจริงตอนแรกดันอิมแพครุนแรงเหมือนอาสุมินผู้ให้เสียงเนียรุโกะเก็บกดไม่ได้พากย์บทรัวๆแบบนี้มานาน แถมคุณภาพงานก็ดีซะจนน่าตกใจ เรียกสาวกใหม่ๆมาได้เพียบเลยทีเดียว ด้วยความที่กระแสแรง ดีไซน์ตัวละครอิมแพคแรง แถมมีมุกที่กวาดได้หลายกลุ่ม เลยกลายเป็นม้ามืดของซีซั่นไปโดยปริยาย
      จั่วหัวว่าเนียรุโกะ แต่ใช้รูปฮัสเตอร์คุงขึ้น คงไม่เป็นไรหรอกนะ

 
เรื่องที่ 4 : Nazo no Kanojo X
      นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่รอแล้วรอเล่า สยามก็ไม่เอาเข้ามาสักที ทั้งๆที่งานเก่าของเขาอย่างยูเมะสึไค(จอมเวทย์พิทักษ์ฝัน)ที่ติดเรทรุนแรงกว่าเยอะยังเข้ามาได้ตั้งนาน สงสัยเล่นน้ำลายมันจะดูฮาร์ดคอร์ไปละมั้ง
      จากต้นฉบับคอมิครายเดือนตีพิมพ์มากว่าห้าปี ออกมาแล้ว 8 เล่ม ในที่สุดก็ได้เป็นอนิเมกับเขาสักที คราวก่อนที่ยูเมะสึไคได้เป็นอนิเมนั้น เจ้าของบล๊อกไฮป์มากไปรอบนึง แล้วก็ผิดหวังเหมือนดิ่งเหว เพราะมันห่วยจนไม่อยากจะดูต่อ ทั้งๆที่ต้นฉบับของ อุเอชิบะ ริอิจิ เทพซะขนาดนั้น แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะได้สตูดิโอที่ถูกโฉลกอย่างHOOD(อากิโซระพี่น้องท้องกระแทกกันและเควเซอร์ที่มันเป็นอนิเมได้ไงวะ) ที่ขึ้นชื่อเรื่องอนิเมอีโรๆ เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น เพื่อนสาวเล่นน้ำลายที่ฟังชื่ออาจจะดูน่าขยะแขยง แต่ไม่เลย พอดัดแปลงเป็นอนิเมยังรู้สึกได้ถึงความน่ารักเซ็กซี่และเสน่ห์อันลึกลับไม่ผิดไปจากคอมิค มุกจีบสาวหรือแต๊ะอั๋งอะไรก็เล่นกันซื่อๆอย่างกับอนิเมย้อนยุคสักปี 80-90 ยิ่งเพลงเปิดนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นสไตล์ที่หมดไปจากสมัยนี้นานแล้ว ไอ้โทนสีแบบนั้น กำกับแบบนั้น พาเอาคนดูย้อนยุคกลับไปยังสมัยที่ยังไม่มีอนิเมแนวฮาเร็มได้เลย
      ความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องพูดก็รู้ใจ แต่สื่อกันได้ด้วยน้ำลาย เป็นธีมโรแมนติกในรั้วโรงเรียนแบบไม่มีแฟนตาซี ไม่มีเวทมนต์ใดๆเข้ามาดลใจ เป็นเรื่องหัวใจของคนสองคนที่สื่อความรู้สึกไม่เก่ง ส่งเสริมจินตนาการกว้างไกล และเป็นเซย์เน็น ลองดูสักทีจะเข้าใจครับ ว่ารอยยิ้มในภาพมันเป็นปาฎิหารย์แห่งจักรวาลได้ยังไง
 
     (รีแอคชั่นหลังดูจบ สำหรับเจ้าของบล๊อกนี่ถึงกับละลายไปเลย)   
 
เรื่องที่ 5 : Kore wa Zombie Desu ka? OF THE DEAD
     เนื่องจากตอนภาคแรกไม่ได้เขียนถึงเลย ทั้งที่เป็นหนึ่งในสองเรื่องที่ดูจบตอนต้นปีที่แล้วแท้ๆ (ฉายพร้อมมาโดกะ) จึงยกมาเขียนให้เป็นกรณีพิเศษ แล้วอย่ามาถามว่าทำไมไม่เขียนเฟท0 ล่ะ อันนั้นเพิ่งฉายครึ่งแรกไป ให้เขียนครึ่งสองความรู้สึกคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ดังนั้น เขียนที่ยังไม่เคยเขียนถึงดีกว่า นะ
     เรื่องราวเสื่อมๆของซอมบี้ที่ได้รับพลังเวทย์ให้แปลงร่างเป็นมาโซโชโจออกปราบปรามเหล่าร้ายจากนรกซีซั่นสอง ถึงตอนนี้ทุกคนคงรู้กันแล้วว่าโลกของโคเรซอนฯ มีพลพรรคผู้มีพลังพิเศษอยู่สามกลุ่มคือ นรก(เมกาโล่) วิริเอ้(มาโซโชโจ) และ แวมไพร์นินจา(แวมไพร์นินจาใส่ชุดเมดสีไวโอลิน) กลุ่มหลังนั้นมีจำนวนน้อยนิดจึงตกอยู่นอกสายตาของสองกลุ่มบน ส่วนการสู้รบของนรกและวิริเอ้เกิดขึ้นจากอะไร และมีจุดประสงค์เพื่ออะไรก็ยังไม่รู้ แต่ถึงจะมีภูมิหลังของสงครามข้ามเผ่าพันธุ์ที่ดุเดือดขนาดนั้น แต่ตัวแทนของทั้งสามกลุ่มก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคากับอายูมุ ซอมบี้ธรรมดาๆตัวหนึ่ง (และพัดลมลอว์สัน)
     ภาคนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยฉากมิสทอลทีนอาวุธคู่ใจพังคามือ อายูมุที่อยู่ในร่างสาวน้อยอาภรณ์เวทย์จึงไม่สามารถลบความทรงจำของพยานทั้งโรงเรียนและทั่วทั้งโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คได้ จึงจำต้องใช้ชีวิตด้วยการถูกมองเป็นพวกลามกอนาจารแต่งหญิงไปจนกว่ามิสทอลทีนจะซ่อมเสร็จ (ซึ่งก็ปาไป5ตอน)
     ที่ถูกใจที่สุดของภาคนี้ก็คือยูจังในจินตนาการที่ออกมาเป็นแขกรับเชิญท้ายตอนนี่แหละ นี่ก็ชวนหัวใจวายเหมือนกัน อีกอย่างรู้สึกภาคนี้ เพลงจะแอบเยอะๆ สงสัยจะขายคาราซองค์ได้แน่ๆ
ปล. เพลงทาเอโกะ(Insert song ตอน5)เพราะดีจัง
-----------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

นั่นสิ ทำไมถึงมาทำซับ Accel World น้า~ > <

#5 By Innocenat (103.7.57.18|58.8.96.55) on 2012-05-27 13:46

รูป SS ตัวอย่างเนียรูโกะนี่มัน...
It's a trap! >_<

#4 By Huntz on 2012-05-17 01:08

ฤดูนี้ดูเยอะเหมือนกัน
เนียรุโกะเนี่ยพูดรัวได้ใจจริงๆ
ว่าแต่ท่าทางติดใจฮัสเตอร์คุงสินะเนี่ย ฮาๆ

#3 By φυβλας on 2012-05-15 16:33

ยูจางงงงงงงงงงงงง ไม่รู้จักเรื่องนี้หรอก เเต่ Tomia หวานใจคนสวยเขาชอบมาก เลยต้องทำความรู้จักกับเขาบ้าง

#2 By Der Kaiser on 2012-05-12 22:36

big smile

#1 By Ont (103.7.57.18|110.169.236.245) on 2012-05-12 19:03

Recommend