ขาดหายไป 1 ซีซั่นเต็มๆสำหรับคอลัมน์มินิรีวิว เพราะซีซั่นที่แล้ว ไม่มีอะไรให้เขียนถึงจริงๆ
    แต่ซีซั่นนี้...
           แต่ซีซั่นนี้...!!
 
    เคยบอกไว้สักแห่งในบล็อกนี้ว่า ซีซั่นนี้ มีอนิเมที่เจ้าของบล็อกเฝ้าคอยอยู่ถึง 4 เรื่อง (แต่ไปๆมาๆ ดันจำได้แค่ 3 เรื่อง ความทรงจำตีกันเองซะอย่างนั้น) และตอนนี้สามเรื่องที่ว่านั่นก็ออกฉายครบหมดแล้วซะด้วย
    และแม้จะมีคนบอกว่า การที่เพิ่งดูแค่ตอนแรกมันเป็นอะไรที่ฉาบฉวย ไม่สามารถตัดสินอะไรได้ แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะ3เรื่องที่ว่าเฝ้ามานานนี้ มีประวัติค่อนข้างดี โปรไฟล์ดูมาตรฐานค่อนไปทางบวก ถ้าดูแล้วคิดว่ามาตรฐานเจ้าของบล็อกตกก็เชิญมาด่าในentryนี้ได้เลย
 
    เรียงตามลำดับวันฉาย
 
  เรื่องที่เฝ้าข้ามปี หมายเลข 1 Ore no Kanojo to Osanajimi ga shuraba sugiru เรียกย่อว่า Oreshura
 
 
          อนิเมที่ดูเหมือนแนวฮาเร็ม แต่จริงๆ ก็เป็นศึกระหว่างสองคนตามชื่อเรื่อง เหตุผลที่เฝ้าติดตามและเหตุผลที่มันไม่ใช่ฮาเร็มดาษๆแบบที่มีทุกซีซั่นก็คือ
          1. ตัวเอกทั้งฝ่ายชายและหญิงไม่งี่เง่า ถึงปฏิเสธความรักวัยเรียน แต่ก็ไม่ได้รังเกียจเพศตรงข้ามแบบงี่เง่า เขียนบทได้ดูฉลาดและไม่จงใจขายจนเกินไป (รูปข้างบนนี่ไม่จงใจ?)
          2. ตัวละครหลักที่จำกัดความไม่ได้ด้วย archtype บ่งบอกลักษณะนิสัย ถึงตำแหน่งจะเดิมๆ เป็นแฟนสาว หรือเพื่อนสมัยเด็ก แต่ก็มีมิติของแต่ละคนที่น่าสนใจ ไม่ได้ซึนๆ หรือเดเระๆ ให้จับทางกันง่ายๆ
          3. เจ้าของบล็อกเป็นแฟนคลับมาสุซุ นางเอกจอมเจ้าเล่ห์เสแสร้งผู้ปฏิเสธรักวัยเรียน มาตั้งแต่ก่อนประกาศเซย์ยูฉบับดราม่าซีดี(ดราม่าซีดีเป็นไซโต้จิวะ แต่เปลี่ยนเป็น ป้าทามุระยูคาริในฉบับอนิเม) เสียงป้านี่ใช้ครบเลยนะ เรื่องนี้ ตั้งแต่นาโนฮะยันโทกาเมะและเฟียร์คิวบริค เพราะบทแอ๊บนี่เอง
          4. ดู op แล้วแทบละลาย ด้วยความแพ้ทางการใช้สีแนวนี้  โอ้ย เพลงก็น่ารัก อ้าก !#$!%@!$
 
 
  เรื่องที่เฝ้าข้ามปี หมายเลข 2  Gdgd fairies 2 อ่านว่า กุดะกุดะ แฟรี่ สอง
 
 
          อนิเม3Dที่ดูไม่มีอะไรเลย และไม่เคยถูกกล่าวถึงในบล็อกนี้มาก่อน จริงๆเคยจะเขียนถึงอยู่เหมือนกันเพราะภาคแรกนั้นจบได้ซาบซึ้งตรึงใจมาก แถมไม่คิดว่าจะขายดีเทน้ำเทท่าขนาดได้ออกภาคสองแบบนี้ ตอนเห็นประกาศซีซั่นสองทำเอาหัวใจแทบวาย เพราะจะได้ดู พิคุจัง ชิรุจัง โคโระจัง สามภูตติ๊งต๊องมานั่งตัดมุกกันอีกครั้ง อ่านแค่นี้คงงงว่า ก็แค่อนิเมมุกนั่งทอล์คโชว์คุยกันทั้งตอน มันสนุกตรงไหน แถมเป็น 3D ดูทุนต่ำอีกตะหาก  เรามาลองนึกภาพตามสถานการณ์ต่อไปนี้
 
          ชิรุชิรุ : นี่ๆ เมื่อเช้าน่ะนะ ชั้นเจอกระป๋องกลิ้งตกอยู่บนถนนเต็มไปหมด
                      เห็นแล้วมันยัวะมากเลย ก็เลยเก็บไปทิ้งในถังจนหมดเลย  เป็นไงล่ะ
          พิคุพิคุ : ว้าว ชิรุจังเป็นคนดีจังเลย
          ชิรุชิรุ : ก็นั่นล่ะนะ พอทำแบบนี้แล้วรู้สึกดีขึ้นมาเลย ชั้นก็เลยคิดว่าต่อจากนี้ไป
                      จะทำความดีวันละ1อย่างน่ะ
          พิคุพิคุ : ยอดเลย เป็นความคิดที่ดีมากเลยล่ะชิรุจัง
          ชิรุชิรุ : อื้ม เอ ว่าแต่ ความดีวันละอย่างนี่ จะทำอะไรดีล่ะ ช่วยคิดหน่อย
          พิคุพิคุ : เก็บขยะก็ดีออกนะ อย่างถ้าเป็นพวกสถานที่สาธารณะอย่างทะเลหรือสวนเนี่ย ถ้าสะอาดเรียบร้อยไม่มีขยะล่ะก็ ทุกคนก็คงจะแฮปปี้น่าดูเลย
          ชิรุชิรุ : เอ๋ แบบนั้นกว้างไปเปล่า แบบนี้ก็เหนื่อยแย่สิ
          พิคุพิคุ : อ้าว แล้วความกระตือรือร้นเมื่อกี้หายไปไหนหมดแล้วล่ะ
          ชิรุชิรุ : ก็ให้เก็บขยะที่กว้างๆแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ความดีวันละอย่างแล้วสิ กลายเป็นทั้งวันได้งานเดียว
                     ทำเสร็จก็หมดวันพอดี  ให้ชั้นไปทำแบบนั้นแล้วชีวิตชั้นจะมีความหมายอะไรกันล่ะ
          พิคุพิคุ : พูดอย่างนั้นมันก็ถูกอยู่หรอก...
          งั้นถ้าลองประหยัดพลังงานลดโลกร้อนด้วยการเดินไปสถานีแทนการขึ้นรถบัสล่ะเป็นไง
          ชิรุชิรุ : ห๊า แบบนั้นเหนื่อยตายชัก!
          พิคุพิคุ : เอ๋~
          ชิรุชิรุ : ก็ถึงชั้นจะไม่ขึ้นรถสักคน รถมันก็ไม่ได้ลดรอบวิ่งลงสักหน่อยนี่นา
                      ทำไปมันจะได้อะไรขึ้นมาล่ะ เป็นการทำความดีที่ไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลยนะ
          พิคุพิคุ : ที่จริงมันก็ไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรขนาดนั้นเลยนะ
          ชิรุชิรุ : ไม่มีความดีวันละอย่างแบบความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูงบ้างเลยเหรอ
          พิคุพิคุ : ถ้าจะคำนวณกันขนาดนั้น...
          ชิรุชิรุ : เอาแบบที่ชั้นทำได้ทุกวันอ่ะ
          พิคุพิคุ : เอ่อ... อะไรดีล่ะ   โคโระจังมีความคิดอะไรดีๆมั้ย?
   โคโระโคโระ : การที่จะทำดีวันละอย่างได้ เราจำเป็นจะต้องมีการทำเลววันละอย่างควบคู่ไปด้วย
          ชิรุชิรุ : ตามนั้น
    โคโระโคโระ : ดังนั้น ถ้าพิคุจังคอยทิ้งขยะลงพื้นทุกวัน ชิรุจังก็จะได้เก็บขยะไปใส่ถังทุกวันไงล่ะ
          ชิรุชิรุ : อ๊า  ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ตามเก็บได้ทุกวันสบายๆเลย
         พิคุพิคุ : เอ๋ ทำไมฉันต้องเป็นคนทำแบบนั้นด้วยล่ะ
   โคโระโคโระ : ทั้งหมดนั่นก็เพื่อให้ชิรุจังได้ทำความดียังไงล่ะ...
          ชิรุชิรุ : โทษทีนะ พิคุจัง
          พิคุพิคุ : เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าฉันทำแบบนั้นทุกวัน จะไม่กลายเป็นว่าฉันเป็นคนนิสัยไม่ดีแทนหรอกเหรอ?         ฉันก็อยากจะเป็นคนดีที่ทำประโยชน์ให้สังคมเหมือนกันนะ !
   โคโระโคโระ : เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง  เพราะความดีน่ะ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์กัน
          พิคุพิคุ : หมายความว่า?
   โคโระโคโระ : สำหรับพิคุจังที่ปาขยะลงพื้นทุกวันน่ะ แค่หยุดปาขยะหนึ่งวัน ก็ถือเป็นการทำดีแล้ว
          ชิรุชิรุ : เข้าใจล่ะ ดีจังเลยเนอะพิคุจัง
          พิคุพิคุ : ดีตรงไหนกันเนี่ย!     
 
           นอกจากนี้ gdgd ยังมีช่วงพากย์สด ไม่มีบท สาดมุกกันอย่างเมามัน ที่บางอันเล่นเองขำเอง แม้แต่เสียงขี้เก๊กอย่างโคโระโคโระ(CV:Akesaka Satomi)ยังหลุดพรืด  ดูๆไปเป็นอนิเมที่เหมือนรายการวิทยุของสามนักพากย์ (อีกสองคนคือ Mimori Suzuko กับ Mizuhara Kaoru)ซะอย่างนั้น  
 
 
  เรื่องที่เฝ้าข้ามปี หมายเลข 3  Sasamisan@Ganbaranai   ซาซามิซังยังไงล่ะ
 
 
          ดูจบแล้ว แปลซับเสร็จแล้ว ตอนแรกนี่เล่นรวบเอาจบครึ่งเล่มแรกไปเลย แถมใน op ยังมีตัวละครโผล่ถึงเล่ม 4-5-6 เรื่องแรกที่จะคอมเมนต์คือเป็นอนิเมเรื่องแรกที่ใช้พลังจากลายเส้นฮิดาริคาราดีไซน์ต้นฉบับได้คุ้มสุด ไม่มีเสียของเลย ส่วนงานก็ดีจนขนาดแฟนคลับงงว่า เอาแรงมาลงกับของขายไม่ออกแบบนี้ทำไม
          เนื้อเรื่องตอนแรกนั้นสวนทางกับคุณภาพงานเพราะตัดฉากอธิบายออกซะเรียบ เรียกว่าดูแล้วต้องมาถามกันเองว่ามันอะไรยังไง แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ดูๆไปก็คงจะเข้าใจกันเอง เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ชาฟท์ก็ทำแบบนี้มาหลายเรื่องแล้ว ปล่อยให้มึนๆกันไปก่อน นี่มองในแง่ดีนะ ไม่ใช่ในฐานะสาวก เพราะถ้าเทียบจากตอนแรกเนี่ย ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ที่1ของซีซั่นนี้
          แต่ในใจลึกๆ เชื่อมั่นว่า ของหนักจะลงมาตอนช่วงกลางๆ เพราะจากสถิติตอนเคียวรันฉาย ผู้เขียนต้นฉบับ อ.อากิระนั้น ให้เขียนเป็นตอนยาวจะสนุกกว่าเป็นจบในตอน มาก ดังนั้นรอดูตอนยาวกันก่อนดีกว่า ว่าเจอกับการกำกับแบบชาฟท์เข้าไปจะกลายเป็นแบบไหน
 
 
  เรื่องที่อยู่นอกกลุ่มสามเรื่องข้างบน  เริ่มจากเรื่องแรกก่อน  Haitai Nanafa
 

 
    อนิเมหลงซีซั่นเพราะตอนฉายครั้งแรกนั้นจำกัดแค่ในโอกินาว่า จึงหาดูไม่ได้เลย เพิ่งจะมาฉายช่องAT-X เอาซีซั่นนี้ สเน่ห์ของเรื่องที่หาที่เปรียบยากคือภาษาถิ่นที่เยอะจริงจังมาก ฟังแปลกหูดี เพลงก็โอกินาว่า ...แต่งกันไปได้ นักพากย์ก็เป็นนักพากย์ใหม่แทบทั้งหมด แม้เรื่องจะยาวแค่ 2 นาทีต่อตอน แต่กลับรู้สึกว่าน่าดูกว่าพวก 20 นาทีแนวเดียวกันอีกหลายเรื่อง  ดูแล้วอยากกินโอกินาว่า(ชื่อร้านอาหาร)
 
    อนึ่ง เจ้าของบล็อกไม่ใช่โลลิค่อน แม้จะมีอิลลัสโมเอะทันที่ใช้คาราดีไซน์เดียวกันกับเรื่องนี้อยู่ในครอบครองก็ไม่ใช่โลลิค่อน หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ใช่
 
 
  อันนี้เพิ่งอัพเดท อนิเมลูกหลงของวันนี้  Mondaijitachi ga Isekai Kara Kuru Sou Desu yo
(問題児たちが異世界から来るそうですよ, เจ้าพวกเด็กมีปัญหา ท่าจะมาจากต่างโลก)
 
      คีย์เวิร์ดแรกใน irc ที่สะดุดตาจนต้องไปหามาดูคือ "กระต่ายดำ" ตอนแรกนึกว่าญาติฮิเมอาแวมไพร์กระต่ายดำ แต่ไม่ใช่ เพราะยัยกระต่ายดำเรื่องนี้มันสีฟ้า พอแปลงร่างแล้วกลายเป็นสีชมพู (ไม่ปรากฎในภาพ) ไปๆมาๆ เป็นอนิเมที่แบบว่า... อัพเกรดจากพลอตตระกูลผู้กล้าข้ามจากยุคปัจจุบันมายังโลกแฟนตาซีไปอีกขั้น ตรงที่มันโกงกันทุกคน เปิดเรื่องมาก็โกงกันเลย โกงจนยัยโฮสต์กระต่ายดำเจ้ามือยังสะพรึง แล้วพวกนี้ไม่ได้ข้ามโลกมาเพื่อปราบจอมมารอะไรหรอกนะ มันข้ามโลกมาเพื่อโกงเกม! โลกนี้คือโลกแห่งเกมและการเดิมพัน แต่จะเชิญเฉพาะผู้มีความสามารถพิเศษเท่านั้นให้เข้ามา มีกฏแห่งเกมที่ตั้งโดยโฮสต์ที่มีอยู่ทั่วไปในโลกแห่งนี้ให้ได้เข้าไปท้าชิงรางวัล กลายเป็นว่าต้องมารอดูตอนต่อไปว่าพวกพระเอกมันจะขุดอะไรมาโม้อีกมั่ง แล้วหน้าตาซื่อๆอย่างกระต่ายดำตัวสีน้ำเงินมันกั๊กอะไรไว้อีก หรือจะเป็นแค่โฮสต์ติ๊งต๊องธรรมดาที่มาตามหาผู้กล้าโกงเข้าตี้
 
      เพลงจบชวนให้นึกถึงโคเรซอนฯ(เนี่ยอะนะซอมบี้) เพราะโนมิซึ อิโอริมาเอง  ส่วนต้นฉบับนั้นก็เป็นไลท์โนเวลชื่อเดียวกันสังกัดคาโดคาว่าสนิคเกอร์
 
----------------------------------------------------------------------------------
เรื่องที่เจ้าของบล็อกรับผิดชอบทำซับคราวนี้ก็มีสองเรื่องในนี้คือไฮไตกับซาซามิครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

cry ผมก็ติดใจ mondaiji เหมือนกันครับ

#5 By Shih-Hwa J. Tenkaminari on 2013-01-21 16:39

ชอบเรื่องเเรกจังครับ
ปล. เรื่องที่สองตอนเเรกเห็นเป็น กุดะเเดฟี่ (//เสี่ยงจังเรา)
เห็นเป็นหุ่นด้วยนึกว่าจะทำล้ออะไรซักอย่าง sad smile
Hot! Hot! Hot!
น่าดูทุกเรื่องเลย โดยเฉพาะ โอกินาว่า

#3 By gamedacser on 2013-01-16 20:50

Hot! open-mounthed smile น่าดุูจังเลย

#2 By ชัญญา on 2013-01-16 09:24

อ่านไปอ่านมา ทำไมคิดว่า Mondaijitachi ga Isekai Kara Kuru Sou Desu yo น่าจะเข้าไทป์ตัวเองแหะ...
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาดูเท่าไรจะพยายามทยอยดูใหม่สลับเคลียร์ของเก่าให้จบๆ ไปให้ได้ อ่า

#1 By เมย์วี่เด๊ส on 2013-01-14 11:27

Recommend