[Review] Sasami-san@Ganbaranai

posted on 09 Apr 2013 16:26 by bekung in anime directory Cartoon, Entertainment, Asian
 
   จบไปอีกเรื่องสำหรับอนิเมที่เฝ้ากันข้ามปีสำหรับเจ้าของบล๊อก แม้ตอนประกาศค่ายทำจะมีให้ลุ้นอยู่บ้างว่าจะเกิดแฟนคลับกลุ่มที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาแบบมาโดกะรึเปล่า แต่พออนิเมฉายก็รู้สึกโล่งใจ เพราะด้วยการกำกับและเนื้อเรื่องในช่วงแรก สามารถปัดเป่าแฟนคลับเหล่านั้นให้หายไปจากสารบบกว่า 90 %
 
    ที่พูดเรื่องสตูดิโอมาก่อนก็เพราะว่าชาฟท์ ตั้งแต่ยุคหลังบาเกะโมโนฯ(2009)เป็นต้นมานั้น กลายเป็นสตูดิโอที่เป็นที่จับตามองไม่ว่าจะหยิบเรื่องอะไรมาทำ ทั้งจากแฟนกลุ่มใหม่ๆของชาฟท์และแฟนๆค่ายอื่นที่หมั่นไส้ เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดสงครามแฟนบอย เชียร์กันเสมือนแมนยูฯ กับลิเวอร์พูล ปานนั้นเชียว
    จุดตัดสินว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในแต่ละซีซั่นนั้นก็วัดกันที่ยอดขาย ซึ่งความพ่ายแพ้ของซาซามิที่แผ่นแรกได้ยอดแค่1700 นั้นก็กลายเป็นที่สะใจของแฟนบอยอีกค่ายเป็นอย่างยิ่ง โดยหารู้ไม่ว่า แฟนคลับชาฟท์ส่วนหนึ่งกลับรู้สึกดีใจที่มันเจ๊ง คอยแช่งชักหักกระดูกทุกวันขอให้มันขายไม่ออก มันจะได้กลับสู่ยุคชาฟท์ในตมที่ไม่เตะตาใคร นอกจากแฟนคลับกลุ่มเล็กๆ ดูเป็นความรักที่เห็นแก่ตัวดีใช่มั้ยล่ะ
    ช่วงที่ตอนแรกฉาย เจ้าของบล๊อกเคยได้อ่านความเห็นของแฟนบอยฝั่งตรงข้ามท่านหนึ่ง ที่แขวะว่า ชาฟท์ก็ยังคงทำแต่อนิเมบูชาโอตาคุ ขายพวกบ้าน้องสาว รู้มั้ยครับว่าผมรู้สึกยังไง
    มันเป็นความรู้สึกที่พึงพอใจจากส่วนลึก ว่าไอ้คนอย่างนี้คงไม่มีวันเข้าถึงซาซามิได้ ทำให้รู้สึกสบายใจไปเปลาะหนึ่งว่าไม่ต้องทนกับการถูกอวยอย่างไม่ลืมหูลืมตาจากพวกนี้ที่จะกลับใจมาในภายหลัง ตอนที่มันกลายเป็นกระแส
 
    ยาวไปไม่อ่าน : เจ้าของบล็อกชอบอนิเมที่ดังแบบเงียบๆน่ะครับ  เป็นแฟนบอยรักสงบครับ
 
    เรื่องย่อนี่คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว เพราะเคยเขียนช่วงเปิดเรื่องไปแล้วใน entryนี้ ให้เขียนใหม่ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ มาพูดเรื่องสิ่งที่ทำให้ซาซามิขายไม่ออกกันดีกว่า
    อย่างแรกที่สังเกตได้ในตอนแรกเลยคือการที่มีคนออกมาก่นด่าว่าเป็นอนิเมที่ขายพวกบ้าตัวละครแนวน้องสาว คนที่รับไม่ได้กับการผิดจารีตประเพณีและศีลธรรมอันดีงามก็จะทยอยดรอปกันไปด้วยความขยะแขยง เสมือนดูชินเซไคเจอฉากชุนปล้ำซาโตรุแล้วดรอป ถ้าถามว่ามันincestมั้ย มันก็ใช่ แต่ถ้าอิงงานเก่าอย่างบันทึกครอบครัวตัวป่วน(Kyouran Kazoku Nikki) จะเข้าใจว่า ผู้เขียนค่อนข้างแข็งเรื่องแนวครอบครัวด้วยซ้ำ จากครอบครัวใหญ่ที่มีแต่คนที่ไม่เคยพบหน้ามารวมกันในเคียวรันฯ กลายเป็นครอบครัวที่มีกันแค่สองคน สำหรับแฟนผลงานเก่าแล้ว เจ้าของบล๊อกคาดหวังอะไรที่เกินกว่าคำว่าพี่น้องครับ และมันก็มีจริงๆซะด้วยสิ (แต่ดูจบแล้วต้องไปค้นกันเองนะ)
    อย่างที่สอง คือสิ่งที่แม้แต่เจ้าของภาษายังมึน คือการอ้างอิงตำนานเทพทั้งหลายแหล่ สำหรับคนที่คุ้นชื่อกันดีก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่บางครั้งพวกนี้จะถูกกล่าวถึงในฐานะบุคคลที่สาม ทำให้คนที่คุ้นชื่อแต่ไม่คุ้นความเป็นมาจะงง อย่างเช่น คนที่สึรุกิเรียกว่าไอ้ลูกแหง่ติดแม่ เป็นเจ้าปรภพ และเจ้าของดาบมารอาเมะโนะฮาบาคิริคนปัจจุบัน สำหรับคนที่ไม่คุ้นนี่มันยากนะ บางคนดูจบยังไม่รู้เลยว่าเป็นใครที่โผล่มา ถ้าจะดูเอาสนุกเต็มที่คงต้องหาข้อมูลกันหน่อย มีอ้างอิงอยู่ตรงโน้นตรงนี้เต็มไปหมด จะขายยากก็เพราะดูไม่รู้เรื่องกันนี่แหละส่วนหนึ่ง
    นอกจากการอ้างอิงตำนานนู่นนั่นนี่แล้ว พวกความลับในเรื่องที่เป็น foreshadow ของบทหลังๆก็มีให้เก็บอยู่ทั่วไปเหมือนกัน ถ้าไม่ดูต่อเนื่องข้ามมาตอนจบเลย ไม่รุ้เรื่องแน่นอนครับ เพราะไม่ใช่อนิเมแบบนั้น ส่วนอธิบายในนิยายก็ตัดไปหมดแล้วซะด้วยสิ  
 
     ยาวไปไม่อ่าน : ไม่เหมาะกับทุกคน ควรรู้ตำนานเทพของทางญี่ปุ่นบ้าง รายละเอียดค่อนข้างเยอะ
 
    ถ้าให้พูดถึงเนื้องานกับความประทับใจ ทันทีที่รู้ว่าชาฟท์ทำ มันก็แบ่งแยกเป็นสองฝั่งชัดเจน
    อย่างแรกคือซาซามิจะกลายเป็นอนิเมบูชายันต์เพื่อมาโดกะหนังโรงที่ยังทำไม่เสร็จ
    อย่างที่สองคือมันจะเทพมากแน่ๆ จนกว่า schedule จะพังไปเองด้วยสาเหตุอะไรสักอย่าง
    (routeไหนๆก็เจ๊ง)
 
    พอฉายตอนแรกจบปุ๊บ มันกลายเป็นอนิเมที่ไม่มีอะไรดีนอกจากฉากแอคชั่น และดูงงๆ ด้วยความที่ว่าจะให้คนดูจำตัวละครให้ได้ก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน  และการเดินเรื่องในตอนสองที่ยังเป็นเหตุการณ์เดียวจบในตอนก็ทำให้เกิด misleading กับคนดูว่ามันจะเป็น Slice of Life (แต่ก็โอเคนะ)
    ตอนสามที่เป็นตอนเฉลยความเป็นมาของแต่ละคนเองก็ยังไม่ถึงใจเท่าไหร่
    ชักจะเริ่มไม่อยากหวังอะไรมาก แม้ตอน4จะสนุกขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังรู้สึกธรรมดา
    ถึงเจ้าของบล๊อกจะจำเคียวรันได้ไม่หมด แต่ก็จำได้ว่าผู้เขียน เขียนเรื่องตอนยาวได้สนุกมาก โดยเฉพาะบทสุดท้ายของเคียวรันอนิเมที่ดึงเช็งไปถึงระดับที่เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของโลก มันเป็นอะไรที่โคตรประทับใจ
    ก็เลยคาดหวังไว้เยอะกับตอนยาว ว่ามันจะต้องออกมาได้ขนาดนั้น 
    แล้วตอนยาวที่โยงเนื้อเรื่องจนถึงจบเล่ม3 จุดแรกที่คิดว่าอนิเมจะตัดจบแค่นั้นก็โผล่มา
    บทคุณแม่ของซาซามินี่แหละที่เรียกได้ว่าอิมแพคแรงสุดตั้งแต่ฉายมา 6 ตอน ถึงจะมาช้าไปหน่อยแต่ก็กู้ศรัทธาให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้อีกครั้ง แต่ดูจะช้าไปแล้วสำหรับยอดประเมินที่แน่นิ่งอยู่แถวอันดับ500ในอมารัน
 
    ครึ่งหลังนี่เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกดีมากที่ได้ดูตอนละสามรอบครับ(เพราะต้องทำซับ)
    ทั้งจังหวะเดินเรื่องทั้งอะไรก็ดีไปหมด แถมยังมีเซอร์ไพรส์ตรงที่ปิดเนื้อเรื่องของคุณแม่ในตอน9แล้ว ยังมีเวลาเหลือให้ขึ้นเล่ม4 ที่มีตัวละครสำคัญที่รอคอยโผล่มาอีกสองอีกตะหาก (ซึ่งจริงๆทำใจไว้ก่อนแล้วว่าไม่น่าทำถึง นึกว่าจะแค่โผล่มาแนะนำตัวแล้วตัดจบเลย) แม้ตอนจบจะน่าเสียดายตรงที่ไม่ได้ทิ้งท้ายอะไรไปภาคหน้า แต่เท่านี้ถือว่าตอบโจทย์ที่คาดหวังได้แล้วล่ะ  ทั้งในแง่
 
    คุณภาพงาน : หลายๆซีน ดูกี่รอบก็ยังไม่เบื่อ แถมมีฉากบู๊ที่เกินมาตรฐานอนิเมแอ็คชั่นในซีซั่นเดียวกัน ที่สำคัญ เป็นเรื่องแรกที่ชาฟท์ทำเอง(in-house)ทั้งหมด แม้จะเจ๊งแต่ก็น่าภูมิใจนะ
    เพลงประกอบ : ost ที่ติดหูชนิดว่าเปิดมานึกภาพออกว่าฉากไหน คาดว่าไม่นานคงได้เสียเงิน
    คาราดีไซน์ : นอกจากลายเส้นฉบับอนิเมที่เห็นไปตอนแรกแล้วอึ้งว่ามันจะขยับได้เหรอวะ ยังสามารถเปิดทางเจ้าของบล๊อกไปสู่หลุมใหม่ๆของGUSTอย่าง Atelier Ayesha ที่ใช้คาราดีไซน์ต้นฉบับเดียวกันได้ในที่สุด *กระอักเลือด*
    แฟนบอยพอยต์ : นี่แหละ เค้าเรียกว่าคุ้มค่าที่ดูตอนละสามรอบแถมทำซับมันทุกตอน
 
    ต่อไปเป็นของแถมสำหรับคนที่ดูซับไทยครับ
 
 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------
Mamesub present **TL-note ที่ลงไว้แต่ไม่ค่อยมีใครอ่าน (สปอยล์)**
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
    capจากหน้าเพจของค่าย เป็นไฟล์ภาพ เลือกสปอยล์ตัวเองได้ตามใจชอบ
 
 
 -------------------------------------------------------------------------------------------
แนะนำตัวละคร
-------------------------------------------------------------------------------------------
 
ชื่อ: Tsukuyomi Sasami
CV: Asumi Kana  

Comment : ซาซามิ ผู้ไร้ความพยายาม ตัวเอกของเรื่อง ที่จริงเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมิโกะที่หนีออกมาจากศาลเจ้าสึคุโยมิ โลกจะเป็นยังไงก็ช่างมัน ขอให้ฉันได้อยู่แบบนี้ก็พอ เป็นความคิดที่แย่และไม่น่าเอาอย่างจริงๆ ถ้าหากไม่มองว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะมาถึงจุดนี้น่ะนะ
 
ชื่อ : Tsukuyomi Kamiomi  
CV : Ootsuka Houchuu
Comment : พี่ชายผู้ปิดบังหน้าตา รักน้องสาวมากจนเจ้าตัวยังรำคาญ เป็นตัวละครที่มีไว้ปล่อยมุกน้องสาวคิโม่ยๆโดยแท้ และก็เป็นตัวละครที่ลึกลับที่สุดในเรื่องด้วย เปิดปมปริศนามาเยอะแยะไปหมดแต่ไม่เฉลย เก๋ๆ
 
ชื่อ : Yagami Tsurugi
CV : Saito Chiwa

Comment : จิวะในบทยียวนกวนส้นที่ไม่เจอซะนาน กรุณาลืมภาพเก๊กสวย ขี้แย ทิ้งไปให้หมด เพราะนี่คือจิวะเวอร์