สำหรับเจ้าของบล็อกแล้ว ซีซั่นนี้เริ่มขึ้นค่อนข้างเร็วกว่าซีซั่นอื่นเกือบเดือน เพราะการฉายล่วงหน้าแบบ exclusive ของ RDG (เดี๋ยวจะพูดถึงอีกที) ที่นำแบบฉายทีวีไป 3 ตอน แถมยังมี gargantia ที่แจก BD สองตอนแรกก่อนฉายอีกตะหาก จริงๆเห็นแค่ชื่อกับทีมงาน สองเรื่องนี้ก็ค่อนข้างจะกินขาดเรื่องอื่นๆในแง่ความคาดหวังไปแล้ว
 
       แต่พอได้ดูเรื่องที่ฉายก่อนชาวบ้านทั้งคู่นี่ อิมแพคกลับต่างกันแบบสิ้นเชิง
       Suisei no Gargantia  ตอบโจทย์สิ่งที่อยากเห็นเพิ่มจากใน PV ได้ครบครัน เป็นสองตอนแรกที่มีพลังดึงดูดคนดูสูงมาก แทบไม่มีอะไรให้ติ
       ส่วน RDG กลับกลายเป็นอิมแพคแห่งความงง 
       จนต้องไปตั้งกระทู้หาแนวร่วมงง [งง]RDG- Red Data Girl[งง] ในบอร์ดแฟนบอย
       แล้วจากความงง ก็กลายไปเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะ แบบ ฉันต้องดูจนเข้าใจ ต้องเก็บโทรฟี่เรื่องนี้ให้ได้ แม้ว่า ยัยนางเอก(จำชื่อไม่ได้)จะน่ารำคาญ หรือมิยูกิคุง(ทำไมจำได้)จะขี้เหวี่ยงขนาดไหน ฉันก็จะผ่านมันไปให้ดู
 
       ระหว่างนั้นก็รอเรื่องอื่นฉายไปด้วย สัก5ตอน แล้วค่อยเริ่มเขียนentryตามปกติ   
       รอบนี้ที่ดูมา 5 ตอนแล้วยังไม่ได้ดรอป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ มีทั้งหมด 5 เรื่องครับ
 
เรื่องแรก RDG - Red Data Girl


     อนิเมที่เริ่มต้นจากอิมแพคของการดูไม่รู้เรื่อง ไปๆมาๆก็ดูไปซะ 9 ตอนเข้าไปแล้ว แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ยังไม่ได้ดรอปไปตั้งแต่ตอนแรกๆ มันต้องเป็นเพราะปาฏิหาริย์จาก ed เจ๊อิโต้มาสุมิ(คนเดียวกับที่ร้องedจินไท)แน่ๆ ที่ทำให้ไม่ตัดสินใจดรอปไปตั้งแต่ตอนนั้น
     บอกตามตรงว่าหลังจาก True Tears เจ้าของบล็อกดูอนิเมค่ายPA ไม่จบเลยสักเรื่อง RDG นี่อาจจะเป็นเรื่องที่สองจากรอบหลายปีที่ทำให้ดูจบ ต้องขอบคุณแฟนนิยายที่มาจุดไฟให้ความหวังในกระทู้เป็นระยะๆ อะไรนะ ทำไมไม่มีเรื่องย่องั้นเรอะ ย่อไปก็เท่านั้นแหละ ถ้าดูไม่รู้เรื่อง 
     ถ้าจะให้ตั้งชื่อใหม่ที่เห็นภาพชัดๆก็ต้องเป็น  Izumiko-san@wakaranai 
 
เรื่องที่สอง Suisei no Gargantia


     การ์กันเทีย หลังจากผ่านไป5ตอนแล้ว ยังไม่มีเค้าลางของหายนะใดๆในสไตล์คนเขียนบท(อุโรบุจิเก็น)ให้เห็นชัดเจน หรือรอบนี้ลุงแกตั้งใจจะเขียนแนวฮีลลิ่งจริงๆก็ไม่รู้ แต่ 3-4-5 นี่อารมณ์ต่างกับ 1-2 ที่เป็น pre-air มากโข ไม่มีฉากแอ็คชั่น ไม่มีเครียดซีเรียสกดดัน มีแต่ฉากชุ่มชื่นหัวใจ 
    ตัวเอกผู้พลัดหลงจากกองยานตัวเองระหว่างทำสงครามกับสัตว์ประหลาดอวกาศ ข้ามมิติมายังโลกที่สงบสุขราวกับสรวงสวรรค์ เดินเรื่องคล้ายๆ JRPG สมัยก่อน เดินคุยทำความรู้จักชาวบ้าน เก็บเควสใช้หนี้ท่วมหัว ระหว่างนั้นก็รวบรวมสมัครพรรคพวกไปปราบจอมมาร(?)อะไรทำนองนั้น
    แต่โดยชื่อคนเขียนแล้ว ยังไงๆความสงบสุขนี้ก็เป็น slow build ไปสู่อะไรที่โหดร้ายขนาดที่พ่อทหารหลงทัพของเราไม่อาจรับไหวเป็นแน่   น้ำตาของซุปเปอร์โซลเยอร์ผู้ไร้หัวใจมันช่างงดงามจริงๆ (จิ้น)
 
เรื่องที่สาม Devil Survivor 2 The Animation

 
     Devil Survivor 2 เป็นอนิเมจากเกมที่มีต้นตระกูลเป็นซีรีย์เมกะเท็น เช่นเดียวกันกับ Persona ที่เคยเป็นอนิเมก่อนหน้านี้  ต่างกันตรงที่ฉบับอนิเมของ DS2 นั้นตัดความตลกออกหมดเหลือแต่ความจริงจัง ดูฮู้ดหูกระต่ายของฮิบิกิคุงและแววตานั่นสิ!
     Note : คาราดีไซน์ของ DS2 (อ.ยาสุดะ)นั้น วาดสาวๆได้สะบรึมมาก โอโตเมะจังสุดยอด!
 
เรื่องที่สี่ Mushibugyo หน่วยพิฆาตแมลงอสูร

 
    เรื่องเดียวจากใน5เรื่อง ที่มีต้นฉบับภาษาไทยให้อ่านก่อนแล้วโดย SIC
    จริงๆแล้วมุชิบุเกียวนั้นก็เป็นอนิเมโชเน็นธรรมดาๆ ฉาย6โมงเย็นนี่แหละ ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย ยกเว้นแต่เรื่องที่ว่ามันมีแนวเรื่องตรงกับอนิเมที่เจ้าของบล็อกชอบมากแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีให้ดู อย่าง Ayakashi Ayashi หรือ Oh Edo Rocket!(อันหลังนี่มีLCแต่ออกแค่VCD) แม้จะเทียบกันได้ยาก แต่ก็พอดูแก้ขัดไปได้
 
    สองเรื่องที่ยกมานั้นเป็นเรื่องที่ใช้เอโดะเป็นฉากหลัง และหยิบยกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาเสริมแต่งเป็นเรื่องราว อย่างอายาคาชิก็จะเป็นองค์กรเบื้องหลังที่ทำหน้าที่กำจัดปิศาจ ส่วนโอ้เอโดะ ก็จะเป็นเรื่องของช่างทำดอกไม้ไฟและมนุษย์ต่างดาวสาวสวยที่มาขอร้องให้สร้างดอกไม้ไฟที่จะบินไปถึงดวงจันทร์
 
    มุชิบุเกียวนั้นใช้เซทติ้งเอโดะเหมือนกัน แต่เป็นเอโดะที่โดนแมลงยักษ์เข้าจู่โจมไม่เว้นวัน แถมศัพท์แสงในเรื่องก็ออกจะวัยรุ่นเสียอีก ไม่ได้โบราณอย่างสองเรื่องบน และถึงจะบอกว่าดูแก้ขัด แต่งานนั้นดีกว่าที่คิดมาก 
    ส่วนที่ใช้รูปฮิบาชิก็ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรหรอก แค่ท่านมุชิบุเกียวนางเอกตัวจริงยังไม่ออกเท่านั้นเอง เลยต้องดูฮิบาชิไปพลางๆระหว่างรอ ตอนนี้นางเอกตัวจริงโผล่มาแค่ไรผมกับเสียงกระดิ่ง
    อ้อ ฮิบาชินี่(CV:Ookubo Rumi) ใช้คนพากย์เดียวกับจอมมารน้อยโอดะ โนบุนางะในเซนคอลฯด้วยนะ
     (นี่คือตัวอย่างของการบ่นแต่ก็ดู-ซึนเดเระ)
 
 
เรื่องที่ห้า Valvrave the Liberator

 
    อนิเมที่จับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว ณ ตอนนี้ ว่ามันจะเอาแนวไหนกันแน่ เนื้อเรื่องนั้นก็... ดูเอาสนุกได้ถ้าไม่คิดอะไรมาก ย้ำว่าต้องไม่คิดอะไรมากจริงๆ แถมการอ้างเหตุผลที่มาที่ไปในเรื่องนั้น ยังแพ้กระทั่งอนิเมปี2004ที่เพิ่งรีวิวไปล่าสุดแบบขาดลอยเสียอีก ที่บอกว่าเป็นคนเขียนกีอัสนั้น ขอโทษจริงๆ หรือตอนนั้นจะเป็นแค่ฟลุ๊ก 
    ทำไมถึงได้ดูต่อ คงเพราะ op กับ ed ละมั้ง โบคุจาไนยยยยยยยย มันติดหูจริงๆ
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เรื่องอื่นที่ดูแต่ยังไม่ถึงตอน5 ไททัน, อาซาเซล2, มุโรมิ
เรื่องอื่นที่ตั้งใจจะดู แต่ยังไม่ดู ฮามาจิ, จอมมารแม็ค
เรื่องที่นอกเหนือจากสองกลุ่มบน HxHภาคมด

Comment

Comment:

Tweet

การ์กันเทียตอนหลังๆความสนุกมันค่อยๆลดลงพิกล
ไม่มีรีวิวยุยุชิกิ แย่ๆ

#4 By Huckbein on 2013-05-22 23:48

ที่เขียนมานี่ไม่ได้ดูเลยสักเรื่องแฮะ หลายเรื่องกลับไม่เคยได้ยินชื่อเลย
ฤดูนี้มาแรงสุดยังไงก็คงเป็น Gargantia สินะ ไว้กะไล่ดูทีหลัง ตอนนี้ติด oregairu กับ henneko อยู่ shingeki no kyojin ก็สนุกไม่น้อย

#3 By φυβλας on 2013-05-13 10:21

*นิยาม

#2 By [ Sai ];charot on 2013-05-12 23:01

"ส่วน RDG กลับกลายเป็นอิมแพคแห่งความงง
จนต้องไปตั้งกระทู้หาแนวร่วมงง [งง]RDG- Red Data Girl[งง] ในบอร์ดแฟนบอย
แล้วจากความงง ก็กลายไปเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะ แบบ ฉันต้องดูจนเข้าใจ ต้องเก็บโทรฟี่เรื่องนี้ให้ได้ แม้ว่า ยัยนางเอก(จำชื่อไม่ได้)จะน่ารำคาญ หรือมิยูกิคุง(ทำไมจำได้)จะขี้เหวี่ยงขนาดไหน ฉันก็จะผ่านมันไปให้ดู"
เป็นคำนิยายที่ถึงแก่นมาก open-mounthed smile open-mounthed smile

#1 By [ Sai ];charot on 2013-05-12 22:59

Recommend